Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3192/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาตามยอมจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้เมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 143 วรรคแรก ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 คำร้องขอของโจทก์ที่ขอแก้ไขคำพิพากษาเพิ่มความรับผิดในเรื่องดอกเบี้ย มิใช่คำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อขัดข้องในการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่เป็นการเพิ่มความรับผิดให้จำเลยต้องรับผิดมากขึ้น อันมิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ จึงขอแก้ไขไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 143 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์บังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม ฉบับลงวันที่ 21 สิงหาคม 2543 ซึ่งถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์ได้รับชำระหนี้เงินต้นไปแล้วจำนวน 5,526,825.95 บาท ขาดอีก 97,174.05 บาท เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2547 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีเอาชำระหนี้ในส่วนของต้นเงินที่คงเหลือ 97,174.05 บาท และส่วนดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 5,624,000 บาท นับแต่วันผิดนัด ซึ่งคิดตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2543 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2546 คิดเป็นดอกเบี้ย 1,218,533.33 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่า ตามหมายบังคับคดีนั้นมิได้กำหนดในส่วนของดอกเบี้ยผิดนัดที่จำเลยต้องรับผิดไว้ด้วย

หากโจทก์ประสงค์จะบังคับชำระหนี้ในส่วนของดอกเบี้ยผิดนัดดังกล่าวก็ให้โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่ง โจทก์จึงมายื่นคำร้องเป็นกรณี ขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ในส่วนของดอกเบี้ยผิดนัดค้างชำระจำนวน 1,218,533.33 บาท เพื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้ดำเนินการบังคับคดีนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ต่อไป จำเลยคัดค้านว่า คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระบุไว้ในกรณีผิดนัดแต่เพียงว่า จำเลยยินยอมชำระเงินให้โจทก์ 5,624,000 บาท หากผิดนัดจำเลยยินยอมให้บังคับคดีได้ทันที โดยมิได้ระบุถึงอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้แต่อย่างใด คำร้องของโจทก์เป็นการขอให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าคำร้องของโจทก์ไม่ใช่ขอให้ศาลแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความหรือแก้ไขคำพิพากษา แต่เป็นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อขัดข้องในการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยในระหว่างผิดนัดหรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลแรงงานกลาง มีข้อความสรุปได้ว่าโจทก์และจำเลยจะร่วมกันไปให้การต่อเจ้าพนักงานสรรพากรว่าจำเลยยื่นภาษีถูกต้อง ที่โจทก์เคยไปให้การว่าจำเลยหนีภาษีนั้นไม่เป็นความจริง ฯลฯ เมื่อคู่ความไปดำเนินการดังกล่าวเสร็จในระยะเวลาที่กำหนดไว้แล้ว จำเลยยอมชำระเงิน 5,624,000 บาท ภายใน 7 วัน นับจากวันไปทำการดังกล่าว หากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีและศาลแรงงานกลางพิพากษาตามยอมแล้ว

คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ในส่วนดอกเบี้ยนับแต่วันที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอดังกล่าวเป็นการเพิ่มความรับผิดให้จำเลยต้องรับผิดในส่วนของดอกเบี้ยที่จำเลยมิได้ยินยอมรับผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนด สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้เมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคแรกประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ.2522 มาตรา 31 คำร้องขอของโจทก์ย่อมเป็นการขอแก้ไขคำพิพากษาเพิ่มความรับผิดในเรื่องดอกเบี้ย จึงมิใช่คำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อขัดข้องในการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่เป็นการเพิ่มความรับผิดให้จำเลยต้องรับผิดมากขึ้น อันมิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · พิทยา บุญชู
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6110/2556

สัญญาค้ำประกันและแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรระบุชื่อจำเลยที่ 2 ว่า "นายสิทธิชัย เจริญวัฒนวิญญู" แต่คำฟ้องระบุชื่อจำเลยที่ 2 ว่า "นายสิทธิชัย เจริญรัตนวิญญู" อันเป็นการพิมพ์คำฟ้องผิด มีผลทำให้คำพิพากษา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9948/2539

การเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง นอกจากจะหมายถึงการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไป และไม่จ่ายค่าจ้างให้แล้ว ยังหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 1457)

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นหาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ15วันแล้วได้เปลี่ยนมาเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9403/2538

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น หาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่ อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ 15 วัน แล้วได้เปลี่ยน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้