Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเอาเครื่องมือปลอมเงินตราและเหรียญปลอมไปซุกใส่บ้านผู้เสียหาย แล้วจำเลยติดต่อให้ตำรวจมาจับ ตำรวจมาค้นได้ของกลาง และจับผู้เสียหายขัง 4 วัน จึงได้ประกันตัวเช่นนี้ การกระทำของจำเลยไม่ผิดฐานทำให้เลื่อมเสียอิสรภาพตาม มาตรา 270 เพราะการที่ผู้เสียหายถูกจับตัวไปกักขังนั้น เป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจของตำรวจที่จะพิจารณาเห็นสมควรจับกุมตามควรแก่กรณี หาใช่เป็นเรื่องที่จำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายแต่ประการใดไม่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2503)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเครื่องมือปลอมเงินตรา มีเงินตราปลอมไว้จำหน่าย แกล้งใส่เท็จทำพยาน และทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ในข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพนั้น โจทก์กล่าวว่า จำเลยนำเครื่องมือและวัตถุในการทำเงินตราปลอมไปซุกใส่ไว้ในบ้านนายมูซอ วังซัง แล้วติดต่อให้ตำรวจมาจับ ตำรวจมาค้นของกลางได้และจับนายมูซอ วังซังไปควบคุมตัว ๔ วัน จึงได้ประกันตัวไป ทำให้มูซอ วังซัง ปราศจากความเป็นอิสระแก่ตน ขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่า จำเลยมีเครื่องมือปลอมเงินตราไว้โดยเจตนาปลอมเงินตราและจำหน่ายเงินตราปลอม ใส่เท็จคำพยานโดยเอาเครื่องมือวัตถุปลอมเงินตราไปซุกใส่บ้านนายมูซอ วังซัง เพื่อให้นายมูซอ ถูกกักขังอยู่ ๔ วัน เป็นการเสื่อมเสียอิสรภาพ ต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๐๓, ๒๐๕, ๑๕๙, ๒๗๐ แก้ไข พ.ศ. ๒๔๗๕ มาตรา๖, ๘ และแก้ไข พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๓) มาตรา ๔ รวมกะทงลงโทษจำคุก ๑๒ ปี จำเลยรับชั้นสอบสวนลด ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๕๙ คงจำคุก ๘ ปี ของกลางนอกจากตามบัญชีท้ายฟ้องหมายเลข ๘ ริบ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลทั้งสอง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยกระทำผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๗๐ ด้วยนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่ผู้เสียหายถูกจับตัวไปกักขังนั้นเป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจของตำรวจที่จะพิจารณาเห็นสมควรจับกุมตามควรแก่กรณี หาใช่เป็นเรื่องที่จำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายแต่ประการใดไม่ จำเลยจึงไม่ควรได้รับโทษฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพตาม มาตรา ๒๗๐ ดังที่ศาลทั้งสองวินิจฉัย ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ยกข้อหาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๗๐ นั้นเสีย นอกนี้คงยืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ศุภอรรถ · ไชยเจริญ สันติศิริ · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครนายก - นายสุธี ชอบธรรม
ศาลอุทธรณ์ - นายใจ นาคเสวี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5499/2549

จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและส่งตัวจำเลยไปที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในวันเดียวกัน แล้วปล่อยตัวจำเลยไป โดยไม่มีการควบคุมตัวจำเลยไว้ หรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวในระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9590/2544

โจทก์เมาสุราส่งเสียงดัง เดินเตะเก้าอี้และพูดจาระรานจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ทั้งขณะที่อยู่ในร้านอาหารและขณะเดินกลับออกจากร้านเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 378 จำเลยทั้งสามจึงมีอำนาจจับกุมโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 49368)

โจทก์ร่วมถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกขว้างปารถยนต์โดยสารเสียหาย และถูกผู้โดยสารบาดเจ็บ ผู้ใหญ่บ้านจับกุมโจทก์ร่วมได้แล้วมอบตัวให้จำเลยซึ่งเป็นกำนันท้องที่ที่เกิดเหตุเมื่อเวลา 1 นาฬิกา การนำตัวโจทก์ร่วมไปส่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 99972)

โจทก์ร่วมถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกขว้างปารถยนต์โดยสารเสียหาย และถูกผู้โดยสารบาดเจ็บ ผู้ใหญ่บ้านจับกุมโจทก์ร่วมได้แล้วมอบตัวให้จำเลยซึ่งเป็นกำนันทั้งที่เกิดเหตุเมื่อเวลา 1 นาฬิกา การนำตัวโจทก์ร่วมไปส่งสถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2508 (เลขอ้างอิง 42620)

ความผิดฐานลักทรัพย์ไม่เป็นเหตุร้ายสำคัญตามความหมายพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 27(7)ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง มีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดอาญาในหมู่บ้านของตนได้ และมีอำนาจไปจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้