Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 49368)

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกขว้างปารถยนต์โดยสารเสียหาย และถูกผู้โดยสารบาดเจ็บ ผู้ใหญ่บ้านจับกุมโจทก์ร่วมได้แล้วมอบตัวให้จำเลยซึ่งเป็นกำนันท้องที่ที่เกิดเหตุเมื่อเวลา 1 นาฬิกา การนำตัวโจทก์ร่วมไปส่งสถานีตำรวจในคืนนั้นไม่เป็นการปลอดภัย และบ้านของจำเลยไม่มีห้องขังหรือที่ควบคุมผู้ต้องหา จำเลยจึงนำโจทก์ร่วมไปใช้โซ่ล่ามขาไว้กับเสาชานเรือนจำเลย พอรุ่งเช้าก็ปล่อยตัวไปเมื่อมีผู้มาขอรับตัว ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นวิธีการควบคุมเท่าที่จำเป็นเพื่อมิให้หลบหนี เป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 86 ไม่เป็นความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกจำเลยสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยนี้ซึ่งเป็นกำนันตำบลแม่ข้าวต้มฯได้บังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังนายทอง โดยจำเลยนำตัวนายทองไปกักขังไว้บนบ้านจำเลย แล้วนำโซ่เหล็กล่ามขานายทองติดกับเสาเรือนทำให้นายทองปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยนี้ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลแม่ข้าวต้มฯ ได้บังอาจใช้กำลังกายชกต่อย เตะ และถีบทำร้ายร่างกายนายทองหลายที ถูกตามบริเวณร่างกายหลายแห่งไม่ถึงกับเป็นเหตุให้นายทองได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธนางทองผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391ปรับ 400 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนโจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีสำนวนแรกข้อหาว่าจำเลยที่ 1 หน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ร่วมให้ปราศจากเสรีภาพนั้น เห็นว่าโจทก์ร่วมถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมกับพวกขว้างปารถของนายฉุกเฉิน จันทร์ชุม และถูกผู้โดยสารบาดเจ็บจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านจับกุมโจทก์ร่วมได้ที่ข้างทางที่เกิดเหตุในเวลากระชั้นชิดกับที่รถถูกขว้างปาแล้วจำเลยที่ 2 ได้มอบตัวโจทก์ร่วมให้จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นกำนันท้องที่เกิดเหตุไปขณะนั้นเป็นเวลา 1 นาฬิกา

ดึกสงัดแล้ว การที่จะให้จำเลยที่ 1 พาโจทก์ร่วมไปส่งที่สถานีตำรวจทันทีในคืนเกิดเหตุดังข้อฎีกาของโจทก์นั้น ย่อมไม่เป็นการปลอดภัยแก่ตัวโจทก์ร่วมและจำเลยที่ 1 เพราะระหว่างทางพวกของผู้เสียหายที่ถูกขว้างปารถอาจจะลอบทำร้ายโจทก์ร่วมด้วยความโกรธเคืองก็ได้ หรือพวกของโจทก์ร่วมอาจจะทำร้ายจำเลยที่ 1 เพื่อแย่งชิงเอาตัวโจทก์ร่วมคืนไปก็ได้ ดังนั้น ที่จำเลยที่ 1 พาโจทก์ร่วมไปควบคุมไว้ที่บ้านจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ได้สร้างห้องขังหรือที่ควบคุมผู้ต้องหาไว้โดยเฉพาะ โดยจำเลยที่ 1 ใช้โซ่โตขนาดนิ้วก้อยผูกล่ามขาของโจทก์ร่วมไว้กับเสาชานเรือน เพื่อป้องกันมิให้โจทก์ร่วมหลบหนีในระหว่างที่จำเลยที่ 1 พักผ่อนหลับนอนพอรุ่งเช้าจำเลยที่ 1 ก็ปล่อยตัวโจทก์ร่วมไปเช่นนี้ เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ใช้วิธีการควบคุมโจทก์ร่วมเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้หลบหนีเท่านั้น เป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 86 การกระทำของจำเลยที่ 1 ยังไม่เป็นความผิดตามฟ้อง(สำหรับข้อหาว่าจำเลยที่ 2 ทำร้ายโจทก์ร่วมนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานโจทก์ยังมีความสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 2)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 99972)

โจทก์ร่วมถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกขว้างปารถยนต์โดยสารเสียหาย และถูกผู้โดยสารบาดเจ็บ ผู้ใหญ่บ้านจับกุมโจทก์ร่วมได้แล้วมอบตัวให้จำเลยซึ่งเป็นกำนันทั้งที่เกิดเหตุเมื่อเวลา 1 นาฬิกา การนำตัวโจทก์ร่วมไปส่งสถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2503

จำเลยเอาเครื่องมือปลอมเงินตราและเหรียญปลอมไปซุกใส่บ้านผู้เสียหาย แล้วจำเลยติดต่อให้ตำรวจมาจับ ตำรวจมาค้นได้ของกลาง และจับผู้เสียหายขัง 4 วัน จึงได้ประกันตัวเช่นนี้ การกระทำของจำเลยไม่ผิดฐานทำให้เลื่อม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7491/2562

เหตุเกิดปี 2558 อันเป็นเวลาขณะที่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ใช้บังคับ ต่อมามีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า "แสวงหาประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7008/2562

ตามพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าโจทก์ร่วมทั้งสิบเอ็ดตกลงยินยอมเปลี่ยนลักษณะงานจากการทำงานคัดแยกปลาและตัดหัวปลาในแพปลามาเป็นการทำงานเป็นลูกเรือบนเรือประมง แม้ถูกไต้ก๋งเรือบางคนบังคับขู่เข็ญให้ทำงานก็เป็นลักษณะ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้