Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3297/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลสามารถพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานประกอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความอาญา มาตรา 176 ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์สืบพยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพในข้อหาปล้นทรัพย์แล้วปรากฏข้อเท็จริงว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้กระทำผิดฐานมีและพาอาวุธปืนตามฟ้อง ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ใช้อาวุธปืนในการปล้นทรัพย์และยิงผู้เสียหาย แต่โจทก์มิได้อาวุธปืนดังกล่าวมาเป็นของกลาง และโจทก์มิได้นำสืบให้ได้ความว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ทั้งมิได้นำสืบว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับอนุญาตให้มีและพาอาวุธปืน จึงไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 3 ในข้อหาทั้งสองได้ โจทก์จะอ้างว่าจำเลยที่ 3 มิได้พิสูจน์ความจริงว่า จำเลยที่ 3 เคยมีใบอนุญาตให้มีและพาอาวุธปืนติดตัว แสดงว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับอนุญาตให้มีและพาอาวุธปืนอันเป็นการผลักภาระหน้าที่นำสืบของโจทก์ไปให้จำเลยโดยไม่มีกฎหมายสนับสนุนหาได้ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 174 ป.วิ.อ. มาตรา 176 ป.วิ.อ. มาตรา 185 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83, 91, 340, 340 ทวิ, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รวม 3,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่ ให้จำคุกคนละ 16 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 ปี จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่, 340 ตรี, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 1 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ อันเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ฐานปล้นทรัพย์ จำคุก 24 ปี เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 3 รวม 25 ปี 6 เดือน กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รวม 3,000 บาทแก่ผู้เสียหาย ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ โจทก์และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนสำหรับจำเลยที่ 3 คงจำคุกจำเลยที่ 3ไว้ 24 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์สิบเอกสิทธิชัย ใหม่จันทร์ดี ผู้เสียหาย โดยจำเลยที่ 3 กับพวกอีกคนหนึ่งใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยืนอยู่ใกล้ๆลักษณะคอยดูต้นทางห่างที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตร จำเลยที่ 1และที่ 2 ไม่มีอาวุธปืนติดตัวอยู่ด้วย คงมีปัญหาในชั้นฎีกาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะด้วยหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว คดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่เกี่ยวกับความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนนั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ส่วนที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 1และที่ 2 ได้ให้การรับสารภาพในข้อหาทั้งสองนี้แล้ว ศาลย่อมพิพากษาลงโทษได้ทันทีนั้น เห็นว่าแม้ความผิดทั้งสองข้อหานี้ซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลสามารถพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานประกอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์สืบพยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพในข้อหาปล้นทรัพย์แล้ว

ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำผิดฐานมีและพาอาวุธปืนตามฟ้อง ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น สำหรับปัญหาว่าจำเลยที่ 3 มีความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนตามฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ใช้อาวุธปืนในการปล้นทรัพย์และยิงผู้เสียหายแต่โจทก์มิได้อาวุธปืนดังกล่าวมาเป็นของกลาง และโจทก์มิได้นำสืบให้ได้ความว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ ทั้งมิได้นำสืบว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับอนุญาตให้มีและพาอาวุธปืนดังที่โจทก์ฟ้องจึงไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 3 ในสองข้อหานี้ได้

ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 3 มิได้พิสูจน์ความจริงว่าจำเลยที่ 3เคยมีใบอนุญาตให้มีและพาอาวุธปืนติดตัว แสดงว่าจำเลยที่ 3ไม่ได้รับอนุญาตให้มีและพาอาวุธปืนนั้นเป็นการพลักภาระหน้าที่นำสืบของโจทก์ไปให้จำเลยโดยไม่มีกฎหมายสนับสนุนฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376/2533

จำเลยให้การรับสารภาพภายหลังที่โจทก์สืบพยานเสร็จสิ้นแล้วแม้คดีนี้ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 วรรคแรก แต่เมื่อพยานหลักฐา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2535/2531

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์จึงต้องมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความตามฟ้อง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้ได้ความว่าอาวุธปืนสั้นกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2525

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของพนักงานเจ้าหน้าที่และกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนและกระสุนปืนไปในทางสาธารณะเข้าหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567

แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้