Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3324/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับของสหภาพแรงงานคุรุสภาโจทก์มีว่าคณะกรรมการสหภาพแรงงานเป็นผู้แทนของสหภาพแรงงานในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกและเพื่อการนี้คณะกรรมการสหภาพแรงงานอาจมอบหมายให้ประธานกรรมการร่วมกับกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนกระทำการแทนได้. ดังนี้ การที่สหภาพแรงงานฯ โจทก์จะดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกจะต้องมอบหมายให้ประธานกรรมการร่วมกับกรรมการอื่นเป็นผู้ทำการแทน และไม่อาจแปลได้ว่าอาจมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งทำการแทนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา100 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ได้ ฉะนั้นการที่โจทก์โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานมอบให้ประธานกรรมการเป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีแต่เพียงผู้เดียวจึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2527 จำเลยได้ประกาศใช้ระเบียบคุรุสภาว่าด้วยการบรรจุ การเลื่อนเงินเดือน การแต่งตั้ง และการออกของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2527 ข้อความในระเบียบเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง การประกาศใช้ระเบียบดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยกระทำไปโดยมิชอบด้วยบทบัญญัติแห่งมาตรา 13, 18 และ 20 โจทก์เป็นสหภาพแรงงานของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์และสมาชิกของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ โดยยกเลิกระเบียบคุรุสภาดังกล่าวทั้งฉบับ หรือเฉพาะข้อความที่โจทก์และจำเลยตกลงกันไม่ได้ บรรดาคำสั่งที่เป็นโทษซึ่งสั่งโดยอาศัยความตามระเบียบดังกล่าว และให้คืนสิทธิและประโยชน์ที่สมาชิกของโจทก์เสียไปเพราะคำสั่งของจำเลย

จำเลยให้การว่า การมอบอำนาจของโจทก์ที่มอบอำนาจให้นายเปรมประชาเสนาเลี้ยง ประธานสหภาพแรงงานคุรุสภา ฟ้องและดำเนินคดีในศาลไม่ชอบด้วยข้อบังคับของโจทก์เพราะไม่ปรากฏหลักฐานการมอบอำนาจโดยชัดแจ้ง และนายเปรมประชาในฐานะประธานสหภาพแรงงานคุรุสภาไม่มีอำนาจดำเนินการได้โดยลำพัง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง การแก้ไขระเบียบข้อบังคับนั้นจำเลยมีอำนาจทำได้โดยไม่ต้องแจ้งและทำความตกลงกับโจทก์ ระเบียบข้อบังคับดังกล่าวมิใช่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง การแก้ไขเพิ่มเติมจึงไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าสหภาพแรงงานฟ้องคดีนี้โดยมอบอำนาจให้นายเปรมประชา เสนาเลี้ยง ประธานกรรมการสหภาพแรงงานโจทก์เป็นผู้รับมอบอำนาจแต่ผู้เดียว เป็นการไม่ชอบด้วยข้อบังคับของสหภาพแรงงานซึ่งกำหนดให้การทำการแทนต้องมอบหมายให้ประธานกรรมการร่วมกับกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ทำการแทน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์อุทธรณ์เกี่ยวกับเรื่องอำนาจฟ้องว่า การที่โจทก์มอบอำนาจให้ประธานกรรมการคนเดียวเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีนี้ เป็นการมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายและมิได้ขัดต่อข้อบังคับของโจทก์ข้อ 26 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 100 วรรคแรก บัญญัติว่า "ให้สหภาพแรงงานมีคณะกรรมการผู้ดำเนินกิจการ และเป็นผู้แทนของสหภาพแรงงานในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้" เป็นข้อกำหนดให้สหภาพแรงงานซึ่งเป็นนิติบุคคลดำเนินกิจการต่าง ๆ โดยทางผู้แทนทั้งหลายที่เรียกว่าคณะกรรมการ ส่วนข้อบังคับของสหภาพแรงงานโจทก์ ข้อ 26 ระบุว่า "คณะกรรมการสหภาพแรงงานเป็นผู้ดำเนินกิจการของสหภาพแรงงานให้เป็นไปตามวัตถุที่ประสงค์ ข้อบังคับและมติของที่ประชุมใหญ่ และเป็นผู้แทนของสหภาพแรงงานในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการสหภาพแรงงานอาจมอบหมายให้ประธานกรรมการร่วมกับกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ทำการแทนได้โดยมีหลักฐานการมอบหมายให้ปรากฏ"

ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นข้อบังคับของสหภาพแรงงานโจทก์อันเป็นนิติบุคคลในการที่จะดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก จะต้องมอบหมายให้ประธานกรรมการร่วมกับกรรมการอื่นเป็นผู้ทำการแทน คำว่า อาจมอบหมาย ในข้อบังคับของโจทก์มิใช่มีความหมายเลยไปถึงการอาจมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งทำการแทนดังบทบัญญัติในมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ดังอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ ดังนั้น การที่โจทก์โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานโจทก์ให้ประธานกรรมการเป็นผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีนี้แต่เพียงผู้เดียว จึงไม่ชอบด้วยข้อบังคับของสหภาพแรงงานโจทก์ ซึ่งถือเป็นข้อกำหนดในการดำเนินงานซึ่งโจทก์ต้องปฏิบัติตาม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3154/2532

คณะกรรมการของสหภาพแรงงานเป็นผู้แทนที่มีอำนาจดำเนินกิจการของสหภาพแรงงาน หากคณะกรรมการของสหภาพแรงงานไม่ประสงค์จะดำเนินกิจการในฐานะเป็นผู้แทนทั้งหมด ก็มีสิทธิที่จะตกลงมอบหมายให้กรรมการของสหภาพแรงงานคนหนึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15456/2558

กรณีได้ความว่าในคดีเดิมที่ อ. เป็นโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 คดีนี้เป็นโจทก์ที่ 2 กับพวก รวม 6 คน ฟ้องโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานเป็นจำเลยที่ 1 และฟ้องจำเลยที่ 1 คดีนี้ ในฐานะประธานกรรมการของโจทก์ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7906/2543

คุณสมบัติที่สำคัญในการเป็นสมาชิกหรือกรรมการหรืออนุกรรมการของสหภาพแรงงานซึ่งดำเนินการขอจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 100, 101(1) คือการเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3099/2533

ตามข้อบังคับของสหภาพแรงงานฯ โจทก์มิได้มีข้อกำหนดให้คณะกรรมการสหภาพฯ ทำหน้าที่รักษาการต่อไปภายหลังสิ้นสุดวาระการดำรง ตำแหน่งลง คณะกรรมการสหภาพฯ จึงต้องสิ้นสุดสภาพการเป็นกรรมการนับแต่วันครบวาระการดำรง ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2837/2526

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามมาตรา34(4) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯนั้น คณะกรรมการฯ มีอำนาจดำเนินการชี้ขาดกำหนดอัตราค่าค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้