คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357, 83 และริบแผ่นป้ายทะเบียนสีแดง หมายเลข ก-5478 กรุงเทพมหานคร ของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความชั่วคราว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง จำคุก 8 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 16 เดือน ริบแผ่นป้ายทะเบียนสีแดง หมายเลข ก-5478 กรุงเทพมหานคร ของกลาง จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...
พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2543 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง มีคนร้าย 2 คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายไพบูลย์ จนถึงแก่ความตาย แล้วชิงรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บฉ 6833 ร้อยเอ็ด ของบริษัทโค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด สาขาร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายไพบูลย์ไป หลังเกิดเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าว เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์กระบะดังกล่าวได้จากอู่ซ่อมรถยนต์ของจำเลยที่ 1 เป็นของกลางโดยรถยนต์กระบะของกลางติดแผ่นป้ายทะเบียนสีแดง หมายเลข ก-5478 กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถังรถยนต์ปรากฏว่ามีหมายเลขตรงกับรถยนต์กระบะที่ถูกคนร้ายชิงไป
จำเลยที่ 1 ให้การรับว่าซื้อรถยนต์กระบะของกลางมาจากนายประวิทย์ และนายนพดล ในราคา 120,000 บาท นายประวิทย์ให้การว่า ร่วมกับนายนพดลขายรถให้แก่จำเลยที่ 1 จริง โดยนายนพดล นำรถมาจากนายสัณหกชหรือเว้ง เจ้าพนักงานตำรวจจึงจับกุมนายสัณหกชซึ่งยอมรับว่า ได้รับรถมาจากจำเลยที่ 2 ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 2 ได้ จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 มีอาชีพเป็นนายหน้าติดต่อซื้อขายสินค้าทั่วไป ได้รับรถมาจากนายแขกไม่ทราบชื่อจริงและชื่อสกุล แล้วไปให้นายสัญหกชและอีกหลายคนช่วยขายต่อ
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานรับของโจรตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2 รับรถยนต์กระบะของกลางไปขายต่อโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ซึ่งเป็นพยานแวดล้อมประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 ประกอบอาชีพเป็นนายหน้าติดต่อซื้อขายสินค้าทั่วไปซึ่งโดยปกติแล้วย่อมต้องมีความรอบรู้เป็นพิเศษเกี่ยวกับ