Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 กู้เงินโจทก์และได้มอบโฉนดที่ดินซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 2 ให้โจทก์ยึดไว้เมื่อทำสัญญากู้เงิน ต่อมาจำเลยที่ 1 ฟ้องจำเลยที่ 2 อ้างว่าจำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ในที่ดินนั้น ดัรงนี้ ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้นำยึดที่ดินตามโฉนดนั้นเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ก็ยังไม่มีสิทธิเกี่ยวข้องอย่างใดที่จะบังคับทวงหนี้เอากับที่ดินนั้น การที่จำเลยที่ 1 ฟ้องจำเลยที่ 2 นั้น จึงยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และการที่จำเลยที่ 1 ฟ้องจำเลยที่ 2 เช่นนั้น และจำเลยที่ 2 ให้การรับว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนอยู่ในที่ดินด้วยก็ไม่เป็นการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 เพราะจำเลยที่ 2 ยังมิได้ทำนิติกรรมแต่อย่างใด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ กู้เงินโจทก์และนำโฉนดที่ ๓๔๑๓ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียวมาเป็นหลักประกันเงินกู้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้แกล้งตั้งรูปฟ้องจำเลยที่ ๒ โดยรู้อยู่แล้วว่าที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ จำเลยที่ ๒ ได้เอาประกันเงินกู้โจทก์ไว้ และเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ แต่ผู้เดียว กลับแกล้งกล่าวฟ้องว่าเป็นหุ้นส่วนซื้อร่วมกันโดยจำเลยที่ ๑ ออกเงิน ๒๐,๐๐๐ ่บาท จำเลยที่ ๒ ออกเงิน ๕,๐๐๐ บาท แล้วขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย จำเลยที่ ๒ ก็รับตามฟ้องอันเป็นการสมยอมเพื่อจำหน่ายทรัพย์ให้พ้นการบังคับคดี และเป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ จึงขอให้ศาลแสดงว่าการเข้าหุ้นส่วนซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๑๓ ระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นไปโดยไม่สุจริต จำเลยที่ ๑ ไม่มีกรรมสิทธิ์ร่วม ห้ามจำเลยที่ ๑ เกี่ยวข้องกับที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ จำเลยทั้ง ๒ ให้การต่อสู้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ได้ออกเงินซื้อที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ ไป ๒๐,๐๐๐ บาท ร่วมกับจำเลยที่ ๒ และฟังว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้สมคบกับจำเลยที่ ๒ เพื่อฉ้อฉลโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการฉ้อฉลที่จำเลยที่ ๒ รับว่าจำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดที่ดินที่ ๓๔๑๓ นั้นเสีย ห้ามมิให้จำเลยที่ ๑ เกี่ยวข้องกับที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ ต่อไป จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สิทธิของโจทก์ในกรณีนี้มีอยู่เพียงสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินกุ้จำนวน ๒๖,๔๕๖.๒๕ ่บาท การทีจำเลยที่ ๒ นำโฉนดเลขที่ ๓๔๑๓ ไปให้โจทก์ยึดไว้เพื่อทำสัญญากู้เงินนั้น หาเป็นการนำทรัพย์คือที่ดินตามโฉนดนั้นไปเป็นประกันเงินกู้หรือประกันการชำระหนี้ตามกฎหมายอย่างไรไม่ ฉะนั้น ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้นำยึดที่ดินตามโฉนดนั้นเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ก็ยังไม่มีสิทธิเกี่ยวข้องอย่างใดที่จะบับคับทวงหนี้เอากับที่ดินนั้น ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องจำเลยที่ ๒ อ้างว่าจำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ในที่ดินนั้น จึงยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธินำคดีขึ้นสู่ศาลฟ้องร้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กรณีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อโจทก์นำยึดที่ดินแปลงนี้ตามคำพิพากษาแล้ว และเมื่อจำเลยที่ ๑ มาร้องอ้างว่าจำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทนั้นอยู่ส่วนหนึ่ง ในชั้นนี้โจทก์ยังมิได้นำยึดที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ นั้น จึงยังไม่มีการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใด โจทก์ยังไม่มีสิทธิว่ากล่าวเป็นคดีนี้ขึ้น ฯลฯและที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ ให้การรับว่าจำเลยที่ ๑ มีส่วนอยู่ในที่ดินด้วยอันเป็นการฉ้อฉลนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าการเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ นั้น ต้องเป็นการเพิกถอนซึ่งนิติกรรมอันลูกหนี้ได้กระทำลง กรณีนี้จำเลยที่ ๒ ยังมิได้ทำนิติกรรมแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๑ จะได้ทำสัญญาประนีประนอมกันและศาลได้พิพากษาไปตามยอมนั้นแล้ว คำพิพากษาระหว่างจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ นั้น ก็หาอาจใช้ยันโจทก์โดยเด็ดขาดได้ไม่ เพราะโจทก์อาจพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โดยนัยดังกล่าว

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์ · เจน เวชศิลป์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายกวี มนุญปิขุ
ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5190/2548

โจทก์บรรยายฟ้องตอนแรกว่า ย. เป็นหนี้ภาษีอากรแก่โจทก์ ก่อนตาย ย. โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 1 โดยเสน่หาเพื่อให้พ้นการยึด โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5207/2545

อำนาจฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลซึ่งนิติกรรมที่ลูกหนี้ได้กระทำลงโดยรู้ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ได้บัญญัติให้เป็นอำนาจของเจ้าหนี้ ซึ่งหมายรวมถึงเจ้าหนี้ตามคำพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7906/2544

สุจริตด้วยกัน ผู้ประมาทเลินเล่อย่อมเสียเปรียบ โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ให้โจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจซึ่งยังไม่ได้กรอกข้อความโดยบอกว่าให้ลงไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับให้โจทก์มอบหนังสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2655/2542

สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2และที่ 3 ได้ทำกันและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมเป็นผลสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ทำสัญญาสิทธิอาศัยห้องชุดพิพาท แม้ขณะที่จำเลยที่ 1…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้