Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 334/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 กู้เงินโจทก์และได้มอบโฉนดที่ดินซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 2 ให้โจทก์ยึดไว้เมื่อทำสัญญากู้เงิน ต่อมาจำเลยที่ 1 ฟ้องจำเลยที่ 2 อ้างว่าจำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ในที่ดินนั้น ดัรงนี้ ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้นำยึดที่ดินตามโฉนดนั้นเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ก็ยังไม่มีสิทธิเกี่ยวข้องอย่างใดที่จะบังคับทวงหนี้เอากับที่ดินนั้น การที่จำเลยที่ 1 ฟ้องจำเลยที่ 2 นั้น จึงยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และการที่จำเลยที่ 1 ฟ้องจำเลยที่ 2 เช่นนั้น และจำเลยที่ 2 ให้การรับว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนอยู่ในที่ดินด้วยก็ไม่เป็นการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 เพราะจำเลยที่ 2 ยังมิได้ทำนิติกรรมแต่อย่างใด

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ กู้เงินโจทก์และนำโฉนดที่ ๓๔๑๓ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียวมาเป็นหลักประกันเงินกู้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้แกล้งตั้งรูปฟ้องจำเลยที่ ๒ โดยรู้อยู่แล้วว่าที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ จำเลยที่ ๒ ได้เอาประกันเงินกู้โจทก์ไว้ และเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ แต่ผู้เดียว กลับแกล้งกล่าวฟ้องว่าเป็นหุ้นส่วนซื้อร่วมกันโดยจำเลยที่ ๑ ออกเงิน ๒๐,๐๐๐ ่บาท จำเลยที่ ๒ ออกเงิน ๕,๐๐๐ บาท แล้วขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย จำเลยที่ ๒ ก็รับตามฟ้องอันเป็นการสมยอมเพื่อจำหน่ายทรัพย์ให้พ้นการบังคับคดี และเป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ จึงขอให้ศาลแสดงว่าการเข้าหุ้นส่วนซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๑๓ ระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นไปโดยไม่สุจริต จำเลยที่ ๑ ไม่มีกรรมสิทธิ์ร่วม ห้ามจำเลยที่ ๑ เกี่ยวข้องกับที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ จำเลยทั้ง ๒ ให้การต่อสู้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ได้ออกเงินซื้อที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ ไป ๒๐,๐๐๐ บาท ร่วมกับจำเลยที่ ๒ และฟังว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้สมคบกับจำเลยที่ ๒ เพื่อฉ้อฉลโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการฉ้อฉลที่จำเลยที่ ๒ รับว่าจำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดที่ดินที่ ๓๔๑๓ นั้นเสีย ห้ามมิให้จำเลยที่ ๑ เกี่ยวข้องกับที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ ต่อไป จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สิทธิของโจทก์ในกรณีนี้มีอยู่เพียงสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินกุ้จำนวน ๒๖,๔๕๖.๒๕ ่บาท การทีจำเลยที่ ๒ นำโฉนดเลขที่ ๓๔๑๓ ไปให้โจทก์ยึดไว้เพื่อทำสัญญากู้เงินนั้น หาเป็นการนำทรัพย์คือที่ดินตามโฉนดนั้นไปเป็นประกันเงินกู้หรือประกันการชำระหนี้ตามกฎหมายอย่างไรไม่ ฉะนั้น ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้นำยึดที่ดินตามโฉนดนั้นเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ก็ยังไม่มีสิทธิเกี่ยวข้องอย่างใดที่จะบับคับทวงหนี้เอากับที่ดินนั้น ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องจำเลยที่ ๒ อ้างว่าจำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ในที่ดินนั้น จึงยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธินำคดีขึ้นสู่ศาลฟ้องร้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กรณีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อโจทก์นำยึดที่ดินแปลงนี้ตามคำพิพากษาแล้ว และเมื่อจำเลยที่ ๑ มาร้องอ้างว่าจำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทนั้นอยู่ส่วนหนึ่ง ในชั้นนี้โจทก์ยังมิได้นำยึดที่ดินโฉนดที่ ๓๔๑๓ นั้น จึงยังไม่มีการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใด โจทก์ยังไม่มีสิทธิว่ากล่าวเป็นคดีนี้ขึ้น ฯลฯและที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ ให้การรับว่าจำเลยที่ ๑ มีส่วนอยู่ในที่ดินด้วยอันเป็นการฉ้อฉลนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าการเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ นั้น ต้องเป็นการเพิกถอนซึ่งนิติกรรมอันลูกหนี้ได้กระทำลง กรณีนี้จำเลยที่ ๒ ยังมิได้ทำนิติกรรมแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๑ จะได้ทำสัญญาประนีประนอมกันและศาลได้พิพากษาไปตามยอมนั้นแล้ว คำพิพากษาระหว่างจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ นั้น ก็หาอาจใช้ยันโจทก์โดยเด็ดขาดได้ไม่ เพราะโจทก์อาจพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า

Result

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โดยนัยดังกล่าว

Matter details

Panel of judges
ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์ · เจน เวชศิลป์
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายกวี มนุญปิขุ
ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

Supreme Court Judgment No. 5190/2548

โจทก์บรรยายฟ้องตอนแรกว่า ย. เป็นหนี้ภาษีอากรแก่โจทก์ ก่อนตาย ย. โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 1 โดยเสน่หาเพื่อให้พ้นการยึด โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให…

Supreme Court Judgment No. 5207/2545

อำนาจฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลซึ่งนิติกรรมที่ลูกหนี้ได้กระทำลงโดยรู้ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ได้บัญญัติให้เป็นอำนาจของเจ้าหนี้ ซึ่งหมายรวมถึงเจ้าหนี้ตามคำพิพา…

Supreme Court Judgment No. 7906/2544

สุจริตด้วยกัน ผู้ประมาทเลินเล่อย่อมเสียเปรียบ โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ให้โจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจซึ่งยังไม่ได้กรอกข้อความโดยบอกว่าให้ลงไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับให้โจทก์มอบหนังสื…

Supreme Court Judgment No. 2655/2542

สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2และที่ 3 ได้ทำกันและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมเป็นผลสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ทำสัญญาสิทธิอาศัยห้องชุดพิพาท แม้ขณะที่จำเลยที่ 1…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up