คำฟ้องและคำให้การ
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยว่าเอาความเท็จไปร้องกล่าวโทษโจทก์ต่อกำนันและกรรมการอำเภอหาว่าโจทก์ลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูล หมายเรียกจำเลยมาพิจารณา ครั้นโจทก์สืบพะยานเสร็จแล้วยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องว่าความเท็จที่จำเลยนำไปแจ้งนั้น จำเลยรู้แล้วว่าเป็นเท็จ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้แก้ แล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยืน ศาลฎีกาพร้อมกันวินิจฉัยว่าตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๖๔ อนุญาตว่าการแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องก็ดี เพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งมิได้กล่าวไว้ก็ดีไม่ว่าจะทำในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าจำเลยเสียเปรียบเว้นแต่จำเลยหลงข้อต่อสู้ แต่คดีนี้จำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ประการใด โดยจำเลยให้การว่าข้อความที่จำเลยไปร้องเรียนนั้นจำเลยเชื่อว่าเป้นความจริงข้อความที่โจทก์ขอแก้จึงเป็นเพียงรายละเอียดที่มุ่งฐานความผิด ให้กระจ่างชัดเจนขึ้น เมื่อโจทก์ขอแก้ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น กฎหมายไม่ให้ถือว่าจำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่จะหลงข้อต่อสู้อย่างเดียว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอแก้ฟ้องและพิจารณาพิพากษาต่อไป