Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3400/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจะใช้ระเบียบใดบังคับในองค์การของจำเลยเป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อกฎหมายที่ศาลรู้เอง เมื่อโจทก์ยอมรับว่า ขณะโจทก์พ้นจากตำแหน่ง จำเลยมีระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่คู่ความยอมรับ กันดังนั้น การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ระเบียบดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้วโดยข้อบังคับซึ่งจำเลยกำหนดขึ้นใหม่ จึงเป็นการยกข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นมาอุทธรณ์โดยมิได้ว่ากันมาแล้วในศาลแรงงาน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า การที่โจทก์พ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุเป็นการออกจากงานไปตามผลของพระราชบัญญัติกำหนดเกษียณอายุของผู้ทำงานในองค์การของรัฐฯ และถือว่าเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน อย่างไรก็ตามจำเลยจ่ายเงินให้แก่โจทก์แล้ว โดยแยกเป็นค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ ซึ่งเป็นการจ่ายตามระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๐๒ ข้อ ๔.๕ตามเอกสารท้ายคำให้การ โดยถือว่าค่าชดเชยเกลื่อนกลืนอยู่กับเงินบำเหน็จแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยอีก ขอให้ยกฟ้องโจทก์ วันนัดพิจารณา โจทก์แถลงรับว่าคำสั่งและระเบียบตามเอกสารท้ายคำให้การ เป็นคำสั่งและระเบียบที่จำเลยใช้บังคับในขณะที่โจทก์พ้นจากตำแหน่ง และโจทก์ได้รับเงินตามคำให้การจากจำเลยไปแล้วซึ่งเป็นเงินที่จ่ายตามระเบียบดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เมื่อระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๐๒ ข้อ ๕ กำหนดให้ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับทั้งค่าชดเชยไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ แต่ถ้าค่าชดเชยมีจำนวนต่ำกว่า ก็ให้จ่ายเงินบำเหน็จเท่ากับส่วนที่ต่ำกว่า ดังนั้น การที่จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จซึ่งมีจำนวนสูงกว่าค่าชดเชย ย่อมถือว่าค่าชดเชยรวมอยู่กับเงินบำเหน็จ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยอีก พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้เงินบำเหน็จกับค่าชดเชยจะเป็นคนละประเภทกันก็ตาม แต่ตามระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งใช้บังคับขณะโจทก์พ้นจากตำแหน่ง ได้วางเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จไว้ในข้อ ๕ วรรคท้าย ซึ่งกำหนดให้ลูกจ้างประจำมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ แต่ถ้าเงินชดเชยนั้นมีจำนวนต่ำกว่าเงินบำเหน็จที่พึงจะได้รับเท่าใด ก็ให้จ่ายบำเหน็จให้เท่ากับส่วนที่ต่ำกว่า ระเบียบดังกล่าวไม่ใช้กำหนดให้งดจ่ายเงินซึ่งเป็นเงินที่กฎหมายบังคับให้จ่ายแต่เป็นเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จที่ไม่ใช่เงินประเภทที่กฎหมายบังคับให้จ่ายจึงเป็นระเบียบที่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อโจทก์เป็นลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับทั้งค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ และมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จสูงกว่าค่าชดเชย การที่จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ ย่อมถือว่าค่าชดเชยรวมอยู่กับเงินบำเหน็จแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยอีก ปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ความจริงแล้วระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้ถูกยกเลิกไปแล้วโดยข้อบังคับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ฉบับที่ ๑๐ ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จผู้ปฏิบัติงานในองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ตามเอกสารท้ายอุทธรณ์ของโจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางนำระเบียบซึ่งถูกยกเลิกไปแล้วมาวินิจฉัยย่อมเป็นการไม่ชอบ ชอบที่ศาลฎีกาจะฟังข้อเท็จจริงตามเอกสารท้ายอุทธรณ์ของโจทก์นั้น เห็นว่า

การที่จำเลยมีระเบียบหรือนำระเบียบใดมาใช้บังคับในองค์การของจำเลย เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อกฎหมายที่ศาลรู้เอง เมื่อโจทก์ยอมรับในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางว่า ขณะที่โจทก์พ้นจากตำแหน่งจำเลยมีระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๐๒ ใช้บังคับในองค์การของจำเลยแล้ว ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่คู่ความยอมรับกัน การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าระเบียบดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้วโดยข้อบังคับซึ่งจำเลยกำหนดขึ้นใหม่ เป็นการยกข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นมาอุทธรณ์โดยมิได้ว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์หาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายอร่าม หุตางกูรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2960/2545

แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีอำนาจในการที่จะสั่งถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ใดภายใต้เงื่อนไข พ.ร.บ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2543

โจทก์อุทธรณ์ว่า การกู้ยืมเงินเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์การที่จำเลยออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า ห้ามพนักงานปล่อยเงินกู้โดยถือเป็นความผิดในกรณีร้ายแรง เป็นการออกระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2541

กรณีที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยขอหยุดงานรวม 90 วันนั้น เหตุแห่งการลาป่วยเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะที่โจทก์ยื่นใบลา จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงอนุญาตให้โจทก์หยุดงานไปตามนั้น แต่ต่อมาเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2607/2541

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ประกอบ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลแรงงานย่อมมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัย ว่า พยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2541

ตามประกาศของจำเลยที่ปลดโจทก์ออกจากงาน จำเลยอ้างเหตุ เพียงว่าโจทก์ละทิ้งการปฏิบัติงานเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในประกาศเพียงประการเดียวเป็นเหตุเลิกจ้าง ไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้