Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3433/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 5 และมาตรา 22วรรคสาม ไม่มีข้อความตอนใด อันมีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิของนายจ้างว่า เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้แล้ว นายจ้างจะต้องใช้สิทธิปิดงานทั้งหมดเท่านั้น ดังนี้ นายจ้างย่อมมีสิทธิปิดงานบางส่วนเฉพาะ ลูกจ้างที่มีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ และการแจ้งการปิดงานตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 34 วรรคท้าย ก็มิได้กำหนดให้แจ้งแก่ลูกจ้างเป็นรายบุคคล ดังนั้น เมื่อนายจ้างได้แจ้งการปิดงานเป็นหนังสือให้สหภาพแรงงานทราบแล้ว การปิดงานและการแจ้งการปิดงานจึงชอบด้วยกฎหมาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเลิกปิดงานและรับโจทก์ทุกคนกลับเข้าทำงานกับให้จำเลยชำระค่าจ้างตั้งแต่ปิดงานไปจนกว่าจำเลยเลิกปิดงานและรับโจทก์กลับเข้าทำงานแก่โจทก์ทุกคน พร้อมทั้งจ่ายเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของค่าจ้างค้างชำระทุกระยะ 7 วัน กับดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดจำเลยให้การว่า จำเลยปิดงานและงดจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยเลิกปิดงานและรับโจทก์กลับเข้าทำงานศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยและโจทก์ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอสหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอและจำเลยต่างยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงการจ้างต่อกัน เจรจากันแล้วตกลงกันไม่ได้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้เข้าไกล่เกลี่ยแต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้

จำเลยจึงใช้สิทธิปิดงานบางส่วนซึ่งโจทก์อ้างว่าการปิดงานบางส่วนของจำเลยไม่ถูกขั้นตอนตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 เมื่อคดีของโจทก์เกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์โดยอ้างว่า จำเลยปิดงานบางส่วนเป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้ทำงานตามปกติและไม่ได้รับค่าจ้างย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง เมื่อปรากฏว่าข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสหภาพการจ้างซึ่งสหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอและจำเลยต่างยื่นต่อกัน ผ่านขั้นตอนการเจรจาและไกล่เกลี่ยตามกฎหมายจนเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ จำเลยได้แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและสหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงแล้วว่า

จะปิดงานบางส่วนตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2530 เวลา 07.00นาฬิกาเป็นต้นไป ครั้นวันที่ 28 มกราคม 2530 จำเลยปิดงานเฉพาะฝ่ายผลิตไม่ยอมให้โจทก์และลูกจ้างในฝ่ายผลิตเข้าทำงาน การปิดงานของจำเลยจึงเป็นกรณีที่นายจ้างไม่ยอมให้ลูกจ้างในฝ่ายผลิตทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน หนังสือขอปิดงานบางส่วนเป็นการแสดงเจตนาขอปิดงานของจำเลยแล้ว แม้ตามหนังสือดังกล่าวไม่ระบุชัดแจ้งว่าจะปิดงานต่อลูกจ้างผู้ใดบ้างก็ไม่ทำให้สิทธิของจำเลยเสียไปการปิดงานของจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะสั่งให้จำเลยเปิดงานและรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือให้จำเลยชำระค่าจ้างระหว่างปิดงานกับชำระเงินเพิ่มตามฟ้องโจทก์แต่อย่างใด พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 22 วรรคสาม ได้ให้สิทธิแก่นายจ้างที่จะปิดงานหรือลูกจ้างที่จะนัดหยุดงานในกรณีที่มีข้อพิพาทแรงงานเกิดขึ้นและเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้โดยไม่ขัดต่อมาตรา 34 ได้ และการปิดงานนั้นตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ความหมายไว้ว่า คือ การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน ไม่มีข้อความตอนใดในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ที่กล่าวอ้างอันมีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิของนายจ้างว่า เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้แล้ว นายจ้างจะต้องใช้สิทธิปิดงานทั้งหมดเท่านั้นฉะนั้น กรณีของโจทก์จำเลยนี้ จำเลยย่อมมีสิทธิปิดงานบางส่วนเฉพาะลูกจ้างที่มีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้

การที่จำเลยปิดงานเฉพาะฝ่ายผลิตไม่ยอมให้โจทก์กับลูกจ้างในฝ่ายผลิตเข้าทำงานจึงสามารถทำได้ และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 34วรรคท้าย ได้บัญญัติถึงการปิดงานว่า นายจ้างต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายลูกจ้างทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่รับแจ้ง กฎหมายมิได้กำหนดให้แจ้งแก่ลูกจ้างเป็นรายบุคคลเพราะใช้คำว่าฝ่าย เมื่อใดความว่า จำเลยได้แจ้งการปิดงานบางส่วนเป็นหนังสือตามเอกสารหมาย ล.14 และ ล.16 ให้สหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอทราบแล้ว การปิดงานและการแจ้งการปิดงานของจำเลยจึงชอบด้วยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แล้วอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2531

บริษัทจำเลยและสหภาพแรงงานฯ ซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกอยู่ด้วยได้แจ้งข้อเรียกร้องเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อกันแม้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้ไกล่เกลี่ยแล้วก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยได้เสนอข้อตกล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26485)

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5 และมาตรา 22 วรรคสามมิได้จำกัดสิทธิของนายจ้างว่าเมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้แล้ว นายจ้างจะต้องใช้สิทธิปิดงานทั้งหมดเท่านั้น ฉะนั้นนายจ้างย่อมมีสิทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2522/2529

ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 นัดหยุดงานโดยไม่มีข้อเรียกร้องไม่มีข้อพิพาทแรงงาน เป็นการนัดหยุดงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มิได้ตั้งข้อหาและมิได้อาศัยข้ออ้างที่เป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการฝ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2528

เมื่อมีข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ว่าข้อขัดแย้งนั้นจะเกิดจากฝ่ายใดเป็นฝ่ายแจ้งหรือข้อเรียกร้อง ถ้าได้ดำเนินการเจรจาตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วแต่มิอาจตกลงกันได้ ซึ่งถือเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 566220)

พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับแจ้งข้อพิพาทแรงงานเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ผู้แทนสหภาพแรงงาน บ. และผู้แทนจำเลยเข้าร่วมไกล่เกลี่ยในวันที่ 22, 27 มีนาคม 2555 ในวันที่ 27 มีนาคม 2555 ผู้แทนจำเลยแจ้งให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้