Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3504/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดกิจการที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ไม่ใช้บังคับได้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2534 ซึ่งข้อ 3 กำหนดให้ข้อพิพาทหรือคดีของโจทก์ซึ่งยังไม่ถึงที่สุดให้บังคับตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 จนกว่าข้อพิพาทหรือคดีจะถึงที่สุด ดังนั้น เมื่อข้อพิพาทหรือคดีของโจทก์ได้เกิดขึ้นก่อนและยังไม่ถึงที่สุดก่อนใช้ประกาศฉบับดังกล่าวข้างต้นจึงนำพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534มาใช้บังคับไม่ได้ จำเลยไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้โจทก์ซึ่งเป็นการกระทำตามระเบียบโดยมีเหตุผลอันสมควร จึงไม่เป็นการกระทำโดยจงใจผิดนัดและไม่มีเหตุสมควร โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานของโรงงานยาสูบตำแหน่งพยาบาล 5สังกัดกองพยาบาล ฝ่ายการแพทย์โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังจำเลยมีคำสั่งลงโทษโจทก์ให้ลดขั้นเงินเดือน 3 ขั้น และทำทัณฑ์บนไว้เป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยโจทก์วินิจฉัยและรายงานต่อจำเลยว่าโจทก์ให้นางสุมาลี แดงสมบูรณ์ กู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และใช้กฎหมายอาญาเอารัดเอาเปรียบจนนางสุมาลีต้องถูกจองจำในระหว่างต้องคดีอาญาอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบว่าด้วยวินัย การร้องทุกข์และการเลิกจ้างของจำเลยคำสั่งลงโทษโจทก์ไม่ชอบเพราะโจทก์ไม่ได้กระทำการดังกล่าวคำสั่งลดขั้นเงินเดือนโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย และจำเลยให้โจทก์ทำงานล่วงเวลา

เมื่อวันที่ 1 ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2534 เป็นเงินค่าล่วงเวลา 1,809.17 บาท ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่จ่าย จำเลยจึงต้องรับผิดจ่ายค่าล่วงเวลา ดอกเบี้ย และเงินเพิ่มแก่โจทก์ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยและคำสั่งของจำเลย คืนสิทธิประโยชน์แก่โจทก์จ่ายค่าล่วงเวลาพร้อมดอกเบี้ยและเงินเพิ่มตามกฎหมายและจ่ายค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางเพราะพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 มาตรา 3ได้ยกเลิกความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518และไม่ให้ใช้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 บังคับแก่กิจการรัฐวิสาหกิจ และได้มีการออกประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่องกำหนดกิจการที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16มีนาคม 2515 ไม่ใช้บังคับแล้ว ทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย และโจทก์มิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนในพระราชบัญญัติ พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 มาตรา 18โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบว่าด้วยวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้างพ.ศ. 2515 ของจำเลย คำสั่งลงโทษของจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมายโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและเงินเพิ่ม และไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางเห็นว่า กรณีมีปัญหาว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานหรือไม่ จึงส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัย ซึ่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า

คำขอของโจทก์ที่ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยและค่าเสียหายที่เรียกร้องมิใช่สิทธิประโยชน์ตามคำวิเคราะห์ศัพท์ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 แต่ค่าล่วงเวลาและเงินเพิ่มที่โจทก์ขอเป็นสิทธิประโยชน์ผู้ขอต้องร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ให้พิจารณาก่อน หากไม่พอใจก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ. 2534 มาตรา 18(2) และวรรค 4 ประกอบมาตรา 11(3) โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าได้ร้องทุกข์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ (ค่าล่วงเวลาและเงินเพิ่ม)มาก่อน แต่กลับนำคดีมาฟ้องต่อศาลแรงงานกลางเลยถือว่าโจทก์มิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาและเงินเพิ่ม คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์ให้นางสุมาลีกู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดคำสั่งลงโทษโจทก์ไม่ชอบ โจทก์ได้รับความเสียหาย พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่จำเลยลงโทษโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายรายเดือนแก่โจทก์จนถึงวันที่โจทก์ได้รับเงินเดือนเท่าอัตราเดิมคำขออื่นให้ยกโจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์เรียกร้องเอาค่าทำงานล่วงเวลา ซึ่งได้ทำเมื่อวันที่ 1 ถึงวันที่ 3 สิงหาคม2534 และได้ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2534 ปรากฏว่าประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดกิจการที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ไม่ใช้บังคับ

มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2534 ดังนั้น ข้อพิพาทหรือคดีของโจทก์นี้ได้เกิดขึ้นก่อนและยังไม่ถึงที่สุดก่อนใช้ประกาศฉบับดังกล่าว ซึ่งตามข้อ 3 ของประกาศฉบับดังกล่าวกำหนดให้ข้อพิพาทหรือคดีของโจทก์ซึ่งยังไม่ถึงที่สุดให้บังคับตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 จนกว่าข้อพิพาทหรือคดีของโจทก์ถึงที่สุดดังนั้นคดีของโจทก์จะนำพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ. 2534 มาบังคับโจทก์หาได้ไม่ เมื่อโจทก์ทำงานล่วงเวลาจำเลยจึงต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้โจทก์ตามฟ้องเป็นเงิน 1,807.17 บาทและดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ของเงินค่าล่วงเวลามาด้วยนั้นจะต้องได้ความว่าจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่ายเงินค่าล่วงเวลาโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ตามข้อ 31 วรรคสอง

แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง คุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16เมษายน 2515 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเห็นว่าโจทก์กระทำผิดข้อบังคับ และคณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่าโจทก์กระทำผิดข้อบังคับจำเลยจึงได้ออกคำสั่งลงโทษโจทก์โดยลดขั้นเงินเดือนซึ่งตามข้อบังคับกำหนดว่า พนักงานกระทำผิดข้อบังคับไม่มีสิทธิทำงานล่วงเวลา เห็นว่า ที่จำเลยไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้โจทก์เป็นการกระทำตามระเบียบโดยมีเหตุผลอันสมควรจึงมิใช่เป็นการกระทำโดยจงใจผิดนัดและไม่มีเหตุสมควรแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มดังกล่าวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินค่าล่วงเวลาจำนวน1,807.17 บาท และดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด (9 สิงหาคม 2534)อัตราร้อยละ 15 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3005/2541

ในการพิจารณาพิพากษาคดีแรงงาน แม้ในกรณีจำเลยขาดนัดที่ให้ศาลชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวนั้น หากศาลแรงงานเห็นว่าตามคำฟ้อง คำให้การคำแถลงของคู่ความ และพยานหลักฐานอื่นที่ปรากฏอยู่ในสำนวน คดีพอวินิจฉัยได้แล้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6250/2540

ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานเพราะเป็นการเลิกจ้างตามมติที่ประชุมคณะกรรมการของจำเลยเนื่องจากโจทก์มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการพนักงานของจำเลยเพราะโจทก์สร้างความขัดแย้งแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 353/2540

ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินค่าล่วงเวลา โจทก์มีคำขอให้จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ทุกระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ซึ่งเป็นการขอให้บังคับจำเลยตามประกาศกระทรวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5609/2537

เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างได้ฟ้องและมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างชำระดอกเบี้ยของค่าล่วงเวลาในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี และศาลแรงงานกลางได้กำหนดประเด็นพิพาทไว้แล้ว การที่ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2282/2537

สัญญาจ้างระบุว่า โจทก์จะได้รับเงิน 40,000 บาท ต่อเดือนเงินโบนัสประจำปีเท่ากับเงินเดือน 1 เดือน และจะมีเงินโบนัสสำหรับการปฏิบัติหน้าที่จ่ายให้แก่โจทก์สำหรับงานใด ๆ ซึ่งโจทก์จัดการให้ได้มาแก่จำเลยด้วยคว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้