Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 35180)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เช่าที่ดินมาปรับปรุงก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นให้เช่าค้ากำไร ยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นสิทธิแก่เจ้าของที่ดิน โจทก์ให้เงินแก่เจ้าของที่ดินจำนวนหนึ่ง กิจการของโจทก์ดังนี้เป็นการรับจ้างทำของ ซึ่งต้องเสียภาษีการค้าตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 78 ประเภทการค้า 5 ชนิด1(ค)การปลูกสร้างหรือก่อสร้างทุกชนิด เจ้าพนักงานแจ้งการประเมินภาษีไปยังโจทก์ ถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำระภาษีที่ค้างในกำหนดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 88 ทวิมีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดีเพื่อให้ชำระหนี้ อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 โจทก์เจตนาหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าภาษีการค้า ไม่มีเหตุที่จะลดเงินเพิ่มเบี้ยปรับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้โจทก์ชำระค่าภาษี 6,598,480.15บาทกับดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามเอกสารหมาย จ.ล.1 จ.ล.2 ซึ่งระบุชื่อไว้ว่าเป็นสัญญาปรับปรุงและบูรณะที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหลักการให้โจทก์เช่าที่ดินเพื่อปรับปรุงบูรณะก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นสำหรับโจทก์ให้เช่าค้ากำไร โดยกำหนดไว้ในสัญญาว่าโจทก์จะต้องปรับปรุงบูรณะก่อสร้างอาคารสิ่งก่อสร้างให้เสร็จตามเวลาที่ระบุในสัญญาสำหรับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์จะก่อสร้างต้องเป็นไปตามแบบแปลนแผนผังที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเห็นชอบ ตามสัญญาหมาย จ.ล.1 ข้อ 7เมื่อโจทก์สร้างเสร็จ จะต้องรีบมอบให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตรวจรับจดทะเบียนยกกรรมสิทธิ์ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภายใน 7 วัน แล้วโจทก์จึงจะมีสิทธิให้เช่าต่อไป แต่ตามสัญญาหมาย

จ.ล.2 อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยก่อนวันที่ 9 สิงหาคม 2511 ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่โจทก์สร้างเสร็จเรียบร้อย ส่วนที่สร้างเสร็จหลังกำหนดดังกล่าวให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนับตั้งแต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรแก่โจทก์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยอมให้โจทก์มีสิทธิเก็บค่าเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ ตามสัญญาหมาย จ.ล.1 โจทก์ตกลงให้เงินแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นค่าบำรุงการศึกษา 7 ล้านบาทกับจ่ายเงินค่าชดเชยเท่าจำนวนค่าเช่าที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะได้รับหรือเคยได้รับจากการให้เช่าที่ดินและค่าเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างล่วงหน้าเป็นรายปีตลอดอายุการเช่า และตามสัญญาหมาย

จ.ล.2 โจทก์ตกลงยอมชำระหนี้ที่ค้างชำระแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โจทก์ชำระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล327,790 บาท 53 สตางค์แก่กรมสรรพากรจำเลยแล้ว แต่ไม่ชำระภาษีการค้าภาษีเทศบาล เงินเพิ่ม เงินเพิ่มเทศบาล เบี้ยปรับ เบี้ยปรับเทศบาล รวม 6,548,480 บาท 15 สตางค์แก่กรมสรรพากรจำเลย กรมสรรพากรจำเลยแจ้งการประเมินภาษีไปยังโจทก์เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2515 และโจทก์ได้รับทราบคำสั่งในวันที่ 22 ธันวาคม 2515คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการดำเนินกิจการของโจทก์เป็นการรับจ้างทำของซึ่งจะต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 ตามบัญชีอัตราภาษีประเภทการค้า 4 การรับจ้างทำของชนิด 1(ค) การปลูกสร้างหรือการก่อสร้างทุกชนิดหรือไม่ ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าการดำเนินกิจการของโจทก์เป็นการรับจ้างทำของซึ่งจะต้องเสียภาษีการค้าตามบทกฎหมายนั้นส่วนประเด็นเรื่องอายุความ โจทก์ฎีกาว่ารายรับจากค่าโอนสิทธิก่อสร้างและเงินช่วยค่าก่อสร้างในเดือนมกราคม เดือนพฤศจิกายน 2506 โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีการค้าในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2506 และ15 ธันวาคม2506 กรมสรรพากรจำเลยยื่นฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2517 คดีขาดอายุความนั้น เห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีใหม่โดยแจ้งการประเมินภาษีไปยังโจทก์เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2515 และโจทก์ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากรจำเลยในวันที่ 22 ธันวาคม 2515ถือได้ว่าจำเลยได้ใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ภาษีที่ค้างแล้วภายในกำหนดตามมาตรา 88 ทวิ ซึ่งมีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดีเพื่อให้ชำระหนี้ตามที่เรียกร้องอันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 เมื่อนับถึงวันที่ 27 มีนาคม 2517 ซึ่งเป็นวันฟ้องยังไม่เกิน 10 ปี

คดีของกรมสรรพากรจำเลยไม่ขาดอายุความสำหรับประเด็นเรื่องงดเงินเพิ่มเบี้ยปรับ ปรากฏว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า แต่ไม่ชำระค่าภาษีการค้าตั้งแต่ พ.ศ. 2506 ถึง พ.ศ. 2513เงินค่าภาษีค้างชำระ 6,548,980 บาท 15 สตางค์ ถือได้ว่าโจทก์มีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าภาษีแก่กรมสรรพากรจำเลย คดีไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะงดเงินเพิ่มเบี้ยปรับ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3566/2567

สัญญาจ้างเหมาบริการผู้โดยสารในห้องรับรองพิเศษ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเอกสารประกอบวัตถุที่ประสงค์ของคู่สัญญาคำนึงถึงความพึงพอใจไม่เฉพาะของผู้ว่าจ้างเท่านั้น แต่รวมถึงความพึงพอใจของผู้โดยสารที่มาใช้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2567

ข้อตกลงเกี่ยวกับค่าจ้างตามสัญญาจ้างว่าความในชั้นบังคับคดีเป็นเรื่องการทำงานตามที่จ้างเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา แม้กำหนดค่าจ้างอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ที่ได้รับในชั้นบังคับคดีก็มิใช่ข้อตกลงเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2566

จำเลยที่ 1 เบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้าไปจากโจทก์โดยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเพื่อเป็นหลักประกัน การที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 หลอกหลวงโจทก์เอาไปซึ่งหนังสือค้ำประกันดังกล่าว ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้