Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อย่างไรเรียกว่าเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จำเลยวานโจทก์ไปประกันตัวผู้ตัองหาในคดีอาญาจากศาล โดยทำสัญญาให้ไว้ว่า ถ้าผู้ต้องหาหลบหนีเป็นเหตุให้ศาลปรับโจทก์ จำเลยจะยอมใช้ค่าปรับแทนให้ ดังนี้ไม่เรียกว่าเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาขน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 106 ป.พ.พ. มาตรา 113-680 ป.อ. มาตรา 293-304-31 ป.อ. มาตรา 251 ป.อ. มาตรา 249-60-44- ป.อ. มาตรา 254 ป.อ. มาตรา 256

เนื้อความคำพิพากษา

ได้ความว่าเดิม ผ.ต้องหาว่าทำสุราเถื่อน จำเลยจึงขอร้องโจทก์ให้ช่วยรับประกันตัว ผ.ออกจากที่คุมขัง โดยทำหนังสือสัญญาไว้ต่อกันว่า ถ้าผู้ต้องหาหลบหนีเป็นเหตุให้โจทก์ต้องถูกปรับหรือเสียหายไปเท่าใด จำเลยจะใช้ให้ โจทก์จึงไปขอรับประกันตัว ผ.จากศาล ระหว่างประกัน ผ.หลบหนี เรียกตัวมาพิจาร-ณาไม่ได้ ศาลจึงสั่งปรับโจทก์ ๔๐๐ บาท โจทก์ได้ชำระค่าปรับไปแล้ว จึงทวงถามจำเลย ๆ ไม่ใช้ให้โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขึ้น ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๔๐๐ บาทให้โจทก์ จำเลยฎีกาว่าวัตถุประสงค์แห่งสัญญาเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยแลศีลธรรมอันดีเป็นโมฆะตาม ม.๑๑๓ เพราะโจทก์มีหน้าที่ต้องรับผิดต่ศาล แต่โจทก์กลับไปทำสัญญาให้จำเลยซึ่งเป็นคนที่๓ให้รับผิดแทนโจทก์ต่อไปจึงเป็นเหตุให้โจทก์ไม่ระมัดระวังลูกประกันของตน ศาลฎีกาเห้นว่าเหตุผลเท่านี้ยังไม่พอที่จะว่าเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยแลศีลธรรมอันดีของประชาชน

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นางประสงค์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 90/2500

จะอ้างแต่เพียงว่าบาดเจ็บของจำเลยทั้งสองถูกอะไรไม่ปรากฎ แต่ผลเกิดจากจำเลยทั้งสองชกต่อยและกอดปล้ำทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันยืนยันขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.254,256 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2498

แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลก็จะรับฟังลงโทษนอกเหนือไปจากความจริงหาได้ไม่ฟ้องว่าผู้เสียหายบาดเจ็บถึงทุพพลภาพและทนทุกข์เวทนาถ้าไม่สามารถประกอบอาชีพได้ดังปกติเกินกว่า 20 วัน จำเลยรับสารภาพตามฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1614/2498

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 256 โดยกล่าวว่าจำเลยที่ 1 ใช้ขวานทำร้ายจำเลยที่ 2 เป็นบาดแผลสาหัสประกอบด้วยทุกขเวทนากล้าเกินกว่า 20 วันและส่งรายงานชันสูตรบาดแผลมาด้วย จำเลยรับสารภาพตามฟ้องทุกป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2497

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสองฝ่ายแต่ละฝ่ายได้สมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง จำเลยทุกคนรับตามฟ้อง ข้อเท็จจริงต้องฟังว่าจำเลยทุกคนเข้าวิวาทต่อสู้กันไม่ปรากฏว่า ใครทำใครความผิดจำเลยจึงต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 25…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 646/2490

เจ้าทุกข์ถูกกลุ้มรุมทำร้ายมาก่อนและกำลังวิ่งไล่กันมา จำเลยวิ่งข้ามถนนไปตีเจ้าทุกข์โดยไม่ปรากฏว่าได้มีการสมคบหรือคนร้ายได้เรียกร้องให้ช่วยทำร้ายเจ้าทุกข์ ดังนี้จำเลยคงมีผิดแต่เฉพาะกรรมที่จำเลยได้กระทำล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้