Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่หญิงมีสามีรับมอบอำนาจมาฟ้องคดีแทนโจทก์นั้น มิได้เป็นการฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรสและไม่ก่อให้เกิดภารติดพันซึ่งสินสมรสระหว่างผู้รับมอบอำนาจกับสามีแล้วแต่อย่างใด ย่อมไม่เป็นการจัดการสินสมรส ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี.โจทก์ฟ้องว่า ได้มอบอำนาจให้นางเพ็ญศรี มีกลิ่นหอม เป็นผู้ดำเนินคดีแทน โจทก์ได้รับโอนที่พิพาทจากมารดาโจทก์เมื่อวันที่3 พฤศจิกายน 2524 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2524 นางสอิ้ง ภูมิสวัสดิ์มารดาจำเลยได้เช่าที่พิพาทมีกำหนด 1 ปี นางสอิ้งถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2524 ทำให้สัญญาเช่าระงับ โจทก์ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทพร้อมเรียกค่าเสียหายจำเลยให้การว่า นางสอิ้ง ภูมิสวัสดิ์ มารดาจำเลยได้เช่าที่ดินพิพาทเพื่อทำบ่อเลี้ยงปลาและสวนมะพร้าวจากนางสายบัว มารดาโจทก์จริงแต่หลังจากที่ทำสัญญากันนางสอิ้งกับนางสายบัวได้ตกลงกันด้วยวาจาให้ขยายระยะเวลาเช่าไปเป็น 10 ปี นับแต่วันที่ 25 เมษายน 2524เป็นต้นไป โดยนางสอิ้งตกลงจะยกบ่อปลาและมะพร้าวทั้งหมดที่ทำขึ้นในระยะเวลาเช่าให้แก่นางสายบัว เมื่อนางสอิ้งมารดาจำเลยถึงแก่กรรมจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมได้เข้าสวมสิทธิการเช่าแทนนางสอิ้ง ได้ทำบ่อเลี้ยงปลาและสวนมะพร้าวต่อมา ทำให้บ่อปลาและสวนมะพร้าวเจริญงอกงามมีผลกว่าที่ลงทุนไป ทำให้นางสายบัวและโจทก์ต้องการบ่อปลาและมะพร้าวดังกล่าว จึงแกล้งโอนที่พิพาทให้โจทก์เพื่อให้โจทก์เรียกที่พิพาทคืน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์มาฟ้องจึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตค่าเสียหายโจทก์ไม่เป็นความจริง ที่พิพาทหากให้บุคคลภายนอกเช่าก็จะได้ค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 1,500 บาท ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายเพราะผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นหญิงมีสามีแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้แนบหนังสือให้ความยินยอมของสามีมาท้ายคำฟ้องโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยออกไปจากที่พิพาทและเรียกค่าเสียหาย เพราะสัญญาที่มารดาโจทก์ได้ตกลงทำกับมารดาจำเลยยังไม่ครบกำหนดตามข้อตกลง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทของโจทก์ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 1,500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะออกจากที่พิพาท และชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 800 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าทนายความความชั้นอุทธรณ์1,000 บาทแก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลย3 ข้อ คือ (1) นางเพ็ญศรีเป็นหญิงมีสามีรับมอบอำนาจจากโจทก์มาฟ้องคดี ต้องได้รับความยินยอมจากสามีก่อน เมื่อไม่ได้รับความยินยอมจากสามีการฟ้องคดีจึงไม่ชอบ (2) โจทก์มีภริยาแล้วฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากภริยา ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและ (3)สัญญาเช่าระหว่างมารดาโจทก์กับมารดาจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ปัญหาข้อแรกศาลฎีกาเห็นว่า การที่นางเพ็ญศรีรับมอบอำนาจจากโจทก์มาฟ้องคดีนี้มิได้ฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรส และหาได้ก่อให้เกิดภารติดพันซึ่งสินสมรสระหว่างนางเพ็ญศรีกับสามีแต่อย่างใดไม่ ไม่เป็นการจัดการสินสมรส นางเพ็ญศรีจึงไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี

ส่วนฎีกาข้อที่สองนั้นเห็นว่าจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ และที่จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า มีสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาระหว่างมารดาจำเลยกับมารดาโจทก์นั้นปรากฏว่าในชั้นอุทธรณ์จำเลยยกปัญหานี้ขึ้นอุทธรณ์โดยโต้เถียงข้อเท็จจริงผิดไปที่ศาลชั้นต้นฟังมา ซึ่งศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้เพราะคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์เช่นเดียวกัน ศาลฏีกาไม่อาจวินิจฉัยฎีกาข้อ 2 และข้อ 3 ให้ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,000 บาทแทนโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2567

ตามระเบียบของผู้ร้องกำหนดให้การลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหรือแต่งตั้งทนายความ ต้องประทับตราผู้ร้อง และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้องมีมติมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2563

โจทก์จัดทำหนังสือมอบอำนาจในวันเดียวกันหลายฉบับ แต่โจทก์แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจมาท้ายฟ้องคดีนี้ผิดพลาดอันถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไป เมื่อโจทก์ขอแก้ฟ้องก่อนลงมือสืบพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2512/2557

ตามหนังสือมอบอำนาจ โจทก์มอบอำนาจให้ อ. ดำเนินคดีแทนโจทก์ โดยระบุให้ อ. มีอำนาจทำการแทนโจทก์ในกิจการต่างๆ รวม 10 ข้อ โดยเฉพาะข้อ 10 ระบุว่า ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วง และให้ผู้รับม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8404/2556

การที่คู่ความแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 เป็นการตั้งตัวแทนตาม ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ทนายจำเลยที่ 1 ยังมีอำนาจแล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้