Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8404/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่คู่ความแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 เป็นการตั้งตัวแทนตาม ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ทนายจำเลยที่ 1 ยังมีอำนาจและหน้าที่จัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ต่อไปจนกว่าทายาทหรือผู้แทนของจำเลยที่ 1 จะอาจเข้ามาปกปักรักษาผลประโยชน์ของจำเลยที่ 1 โดยการเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 1 ผู้มรณะตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2550 ขณะคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 1 ผู้มรณะซึ่งอาจร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ในการดำเนินคดีของจำเลยที่ 1 ได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 มรณะตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 แต่ไม่มีการร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 1 ตามบทบัญญัติดังกล่าว จนศาลฎีกามีคำสั่งจำหน่ายคดี โดยอ่านคำสั่งให้ทนายจำเลยทั้งสองฟังเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 และคดีถึงที่สุดไปแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นการล่วงพ้นระยะเวลาที่ตัวแทนหรือทนายจำเลยที่ 1 จะจัดการตาม ป.พ.พ. มาตรา 828 ทนายจำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนจำเลยที่ 1 ต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากตึกแถวเลขที่ 640, 642 และ 644 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร และให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาโดยเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาเฉพาะตามจำนวนทุนทรัพย์ของค่าเสียหายก่อนฟ้อง มิได้ชำระค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ของที่ดินและตึกแถวพิพาทมาด้วย ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกโจทก์และจำเลยทั้งสองมาตีราคาที่ดินและตึกแถวพิพาท และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ดินและตึกแถวพิพาทรวมกับค่าเสียหายก่อนฟ้อง อันเป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาให้ครบถ้วน จำเลยทั้งสองมิได้ชำระค่าขึ้นศาลตามคำสั่งของศาลฎีกา ศาลฎีกา ถือว่าจำเลยทั้งสองทิ้งฎีกา และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกาโดยศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 และศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้ว

ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำแถลง (ที่ถูก คำร้อง) ฉบับลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 ว่า จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2550 แล้ว ขอให้ศาลสั่งยกเลิกการบังคับคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 หรือสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำแถลง (ที่ถูก ยกคำร้อง) จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ทนายจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนจำเลยที่ 1 ต่อไป และพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ทนายจำเลยที่ 1 ยังไม่หมดสภาพจากการเป็นทนายของจำเลยที่ 1 เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดเวลาไว้ว่ากี่ปีทนายจำเลยที่ 1 จะหมดสภาพเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ดังนั้น ตราบใดที่ทายาทยังไม่เข้ามาปกปักรักษาประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ทนายจำเลยที่ 1 ย่อมมีอำนาจที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อปกป้องประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ได้นั้น เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 จะระบุว่า เมื่อสัญญาตัวแทนระงับสิ้นไปเพราะตัวการตาย

ตัวแทนต้องจัดการอันสมควรทุกอย่างเพื่อจะปกปักรักษาประโยชน์อันเขาได้มอบหมายแก่ตนไป จนกว่าทายาทหรือผู้แทนของตัวการจะอาจเข้าปกปักรักษาประโยชน์นั้น ๆ ได้ โดยมิได้ระบุระยะเวลาไว้โดยชัดแจ้ง การที่คู่ความแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 เป็นการตั้งตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน อันต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ทนายจำเลยที่ 1 ยังมีอำนาจและหน้าที่จัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ต่อไปจนกว่าทายาทหรือผู้แทนของจำเลยที่ 1 จะอาจเข้ามาปกปักรักษาผลประโยชน์ของจำเลยที่ 1 โดยการเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 1 ผู้มรณะตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ก็ตาม แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความจากคำแถลงขอให้เพิกถอนการบังคับคดีและจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 1 ว่า

จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2550 ขณะคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โดยทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 1 ผู้มรณะซึ่งอาจร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ในการดำเนินคดีของจำเลยที่ 1 ได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 มรณะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 แต่ไม่มีการร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 1 ผู้มรณะตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว จนศาลฎีกามีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความโดยอ่านคำสั่งให้ทนายจำเลยทั้งสองฟังเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 และคดีถึงที่สุดไปแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นการล่วงพ้นระยะเวลาที่ตัวแทนหรือทนายจำเลยที่ 1 จะจัดการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 ทนายจำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนจำเลยที่ 1 ต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 มานั้นจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีป ตันสวัสดิ์ · พิศล พิรุณ · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นางสาวนิรมล แก้วเกิด
ศาลอุทธรณ์ - นายจุมพล กล้าประเสริฐ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1178/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ4092/2544
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2143/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5241/2537

การที่คู่ความแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวน-พิจารณาแทนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 นั้น เป็นการแต่งตั้งตัวแทนตาม ป.พ.พ.ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นตัวการถึงแก่กรรม สัญญาตัวแทนย่อมระงั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5919/2533

การที่คู่ความแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตน เป็นการแต่งตั้งตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทนแม้สัญญาตัวแทนจะระงับไปเมื่อโจทก์ถึงแก่กรรม ทนายโจทก์ก็ยังม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2520

การที่ตัวความถึงแก่กรรมก่อนมีการยื่นฎีกา ทนายความมีอำนาจลงนามเป็นผู้ยื่นฎีกาแทนจำเลยผู้มรณะได้ ทั้งนี้เพื่อรักษาประโยชน์ของตัวความไว้ระหว่างฎีกาในวันยื่นฎีกา บุตรของจำเลยได้แต่งทนายความคนเดิมยื่นคำร้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2115/2517

การที่คู่ความตั้งแต่งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 นั้น เป็นการตั้งแต่งตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน ฉะนั้น เมื่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้