Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 375/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บ้านของจำเลยบางส่วนปลูกรุกล้ำเข้าไปในที่ดินชายทะเลอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันเป็นเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางเมตรอยู่แต่เดิมแล้วจำเลยมิได้เป็นผู้ปลูกสร้างเมื่อบิดามารดาจำเลยถึงแก่กรรมบ้านและที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นสิทธิแก่จำเลย โดยจำเลยอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เกิด ดังนั้นการที่จำเลยสร้างรั้วสังกะสีปิดกั้นทางเดินซึ่งเป็นทางสาะารณะที่ใช้เดินสู่ชายทะเล เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยเข้าใจว่าที่ดินที่ปลูกบ้านและที่จำเลยล้อมรั้วปิดกั้นทางเดินนั้นเป็นของตนโดยสุจริต จำเลยไม่ได้เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินชายทะเลโดยมีเจตนาทีจะฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีความผิด.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 59 ป.ที่ดิน มาตรา 9 ป.ที่ดิน มาตรา 108 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 108

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเข้าไปยึดถือและครอบครองที่ดินชายทะเลอันเป็นที่ดินของรัฐและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันเป็นเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางเมตร โดยจำเลยทั้งสามได้ปลูกบ้าน และกั้นรั้วสังกะสีรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของรัฐดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515ข้อ 11 ให้จำเลยทั้งสาม คนงานตลอดจนบริวารของจำเลยทั้งสามออกจากที่ดินดังกล่าว และให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและรั้วออกไปจากที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9, 108 ทวิ วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 2 เดือนและปรับคนละ3,000 บาท

โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินที่บุกรุกด้วยจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบแล้ว มีปัญหาว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความตามข้อนำสืบของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1394 และเป็นเจ้าของบ้านที่จำเลยอยู่อาศัยซึ่งปลูกสร้างในที่ดินนี้ จากการรังวัดตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่ดิน ปรากฏว่าบ้านของจำเลยบางส่วนปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินชายทะเล เป็นเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางเมตร โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสามได้เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินและเป็นผู้ทำการปลูกสร้างบ้านดังกล่าวหรือไม่ และตั้งแต่เมื่อใด

จำเลยทั้งสามนำสืบต่อสู้ว่า เดิมที่ดินและบ้านนี้เป็นของนางหันซึ่งเป็นย่านางหันเป็นผู้ปลูกสร้างบ้านหลังนี้ตั้งแต่ปี 2465 ต่อมานางหันยกที่ดินและบ้านให้บิดาจำเลย จำเลยทั้งสามเกิดที่บ้านหลังนี้เมื่อบิดามารดาจำเลยถึงแก่กรรม ที่ดินและบ้านจึงตกเป็นของจำเลยทั้งสาม ซึ่งพยานโจทก์คือนายสุริยะ สุระประเสริฐ ปลัดสุขาภิบาลแสนสุข และนายพจน์ แย้มเอม เจ้าหน้าที่ผู้รังวัดตรวจสอบที่ดินเบิกความรับว่า บ้านของจำเลยมีสภาพเก่า แสดงว่าปลูกมานานแล้วข้อนำสืบของจำเลยจึงมีเหตุผลรับฟังได้ การที่จำเลยทั้งสามมิได้เป็นผู้ปลูกสร้างบ้านรุกล้ำเข้าไปในที่ดินชายทะเล เมื่อบิดามารดาของจำเลยถึงแก่กรรมแล้วที่ดินและบ้านจึงตกเป็นสิทธิแก่จำเลยจำเลยทั้งสามอยู่อาศัยที่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เกิด เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยทั้งสามเข้าใจว่าที่ดินที่ปลูกบ้านและที่จำเลยล้อมรั้วปิดกั้นทางเดินนั้นเป็นของตนโดยสุจริต จำเลยทั้งสามไม่ได้เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินชายทะเลโดยมีเจตนาที่จะฝ่าฝืนต่อกฎหมาย คดีฟังลงโทษจำเลยทั้งสามไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8033/2553

นายอำเภอท่ายางออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) สำหรับที่ดินพิพาทให้แก่ ม. และ ย. ในปี 2520 ในที่ดินพิพาทมีโรงสีและบ้านของ ม. ปลูกสร้างอยู่โดยไม่มีชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์ใดๆ ในที่ดินพิพาทในลัก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2540 (เลขอ้างอิง 46482)

ที่ดินที่ทางราชการกำหนดเป็นเขตหวงห้ามไว้ใช้ในราชการทหารตามประกาศมณฑลนครราชสีมานั้น แม้จะกำหนดแนวอาณาเขตไว้ทั้งสี่ทิศแต่ก็มีเนื้อที่มากถึงประมาณ 11,011 ไร่เศษ หลักไม้แก่นที่อ้างว่าปักไว้ในระหว่างหลักมุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3750/2540

ที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นที่สาธารณประโยชน์มาแต่เดิม แต่กรณีเป็นเรื่องที่ ท.ผู้ใหญ่บ้านกับคณะกรรมการหมู่บ้านต้องการจะให้เป็นที่สาธารณะเมื่อปี 2525 และทางราชการยังไม่ได้มีการสอบเขตที่แน่นอน หลังจาก ท.ได้ประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2539

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้แก่กองทัพเรือตั้งแต่พ.ศ. 2465 และต่อมาได้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเป็นเขตหวงห้ามสำหรับใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2538

จำเลยล้อมรั้วที่ดินแปลงพิพาทด้านติดถนนสาธารณะและด้านซึ่งติดกับที่ดินของม.และพ. ตลอดแนวเมื่อพ. กล่าวหาว่าจำเลยรุกล้ำที่ดินของพ.ปลัดอำเภอที่ดินอำเภอและคณะกรรมการหมู่บ้านได้ตรวจสอบแล้วว่าจำเลยไม่ได้รุกล้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้