Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3750/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการร้านสหกรณ์โจทก์จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ตามข้อบังคับของโจทก์ข้อ 53 ระบุว่า หากผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้จัดการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องทำให้เกิดความเสียหาย ผู้จัดการต้องรับผิดชอบด้วย แต่ในการแต่งตั้งจำเลยที่ 1 นั้นจำเลยที่1 ขอรับหน้าที่เฉพาะงานนโยบายเท่านั้นซึ่งคณะกรรมการของโจทก์ตกลงยินยอมด้วย ส่วนการบริหารงานร้านโจทก์นั้นปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้บริหารงานของโจทก์แต่ผู้เดียวตลอดมา ดังนี้จำเลยที่ 1 ไม่มีหน้าที่บริหารงานของโจทก์ และการบริหารงานของจำเลยที่ 2 มิใช่การทำการแทนจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับข้อ 53 เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงจะอาศัยข้อบังคับดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดด้วยหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคล ได้ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นลูกจ้างทำหน้าที่ผู้จัดการและผู้ช่วยผู้จัดการของโจทก์ตามลำดับ จำเลยที่ ๑ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการทั่วไปในบรรดากิจการค้าและการบริการของสหกรณ์ รวมทั้งเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ทั้งหลายของโจทก์ ทั้งมีหน้าที่รับผิดชอบตรวจตราการรับจ่ายเงินของโจทก์ให้เป็นการถูกต้อง การปฏิบัติหน้าที่จำเลยที่ ๑ จะต้องกระทำตามข้อบังคับและระเบียบของโจทก์ตลอดจนมติของคณะกรรมการดำเนินการโดยเคร่งครัด และตามข้อบังคับของโจทก์ระบุว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้จัดการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ไม่ว่าด้วยเหตุใดให้ถือว่าผู้จัดการรับผิดชอบด้วยทุกประการ

ระหว่างปฏิบัติงานจำเลยที่ ๒ ซึ่งดำเนินกิจการร้านโจทก์แทนจำเลยที่ ๑ ได้นำเงินจากการขายสินค้า เงินค่าหุ้น เงินอื่น ๆ เข้าบัญชีในธนาคารของโจทก์ขาดไปรวมทั้งสิ้น ๒๗๒,๖๓๐.๓๒ บาทโดยจำเลยที่ ๒ ได้เบียดบังยักยอกเงินจำนวน ๒๗๒,๖๓๐.๓๒ บาท ดังกล่าวไปซึ่งเงินจำนวนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ ๑ ด้วย จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ตามกฎหมายและตามข้อบังคับของร้านโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จำเลยทั้งสองไม่ได้ทำการยักยอกทรัพย์ของโจทก์ตามฟ้อง หลักฐานทางบัญชีเอกสารท้ายฟ้องไม่ตรงกับความจริงเพราะโจทก์ทำขึ้นฝ่ายเดียว ที่โจทก์อ้างว่าเงินของโจทก์หายไปนั้นเป็นความเท็จ ความจริงเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้หายไป แต่เนื่องจากโจทก์ทำบัญชีไม่ตรงต่อความเป็นจริง อีกทั้งโจทก์ไม่เคยแจ้งเรื่องนี้ให้จำเลยทั้งสองทราบ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ใช้เงิน ๒๗๒,๖๓๐.๓๒ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ยกฟ้องจำเลยที่ ๑

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้จัดการเลย การบริหารงานทุกอย่างจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งสิ้น จำเลยที่ ๑ ไม่ได้มอบหมายให้จำเลยที่ ๒ ทำแทน ที่ประชุมคณะกรรมการของโจทก์แต่งตั้งให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ให้อยู่ประจำช่วยเหลือปฏิบัติตลอดวัน ในการแต่งตั้งจำเลยที่ ๑ ทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้จัดการนั้น จำเลยที่ ๑ มีราชการมากจึงขอรับหน้าที่แต่เฉพาะงานนโยบายเท่านั้นคณะกรรมการก็ตกลงยินยอมด้วย จำเลยที่ ๒ บริหารงานของโจทก์แต่ผู้เดียวตลอดมา คณะกรรมการก็ทราบดีอยู่แล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่มีหน้าที่ในการบริหารงานของโจทก์ตามข้อบังคับร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ข้อ ๕๐ การบริหารงานของจำเลยที่ ๒ จึงไม่ใช่การทำการแทนจำเลยที่ ๑ ตามข้อบังคับข้อ ๕๓

โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการร้านสหกรณ์กลาโหม จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้เข้ามาใช้อำนาจหน้าที่ตามข้อบังคับข้อ ๕๐ จำเลยที่ ๒ ใช้อำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๑ จะมอบอำนาจให้หรือไม่ก็ตาม จำเลยที่ ๑ ก็ยังต้องมีความผูกพันตามข้อบังคับข้อ ๕๐ การบริหารงานของจำเลยที่ ๒ ต้องถือว่ากระทำแทนจำเลยที่ ๑ ตามข้อบังคับข้อ ๕๓ เมื่อจำเลยที่ ๒ ทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดด้วยตามข้อบังคับข้อ ๕๓ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ใดจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดต่อผู้เสียหาย ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้กระทำหรือร่วมกระทำให้เกิดความเสียหายขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑กระทำละเมิดร่วมกับจำเลยที่ ๒ โจทก์จะอาศัยข้อบังคับของโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดด้วยหาได้ไม่ เพราะข้อบังคับดังกล่าวมิใช่กฎหมาย จะให้มีผลบังคับดังเช่นกฎหมายไม่ได้ อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ ศรนิยม · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 48699)

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นข้อตกลงระหว่างจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างกับลูกจ้างของจำเลยเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นใดอันเกี่ยวกับก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2543

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไม่มีข้อความระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าการพิจารณาขึ้นค่าจ้างตามข้อตกลง ให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างใช้ดุลพินิจพิจารณาขึ้นค่าจ้างให้แก่พนักงานลูกจ้างของจำเลยตามสภาพความเป็นจริงได้ จำเลยจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4393/2541

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดว่าพนักงานที่มีอายุงานครบ 10 ปี หรือ 10 ปี ขึ้นไปจำเลยจะสมทบให้อีกร้อยละร้อยของเงินสะสมพร้อมดอกเบี้ยเมื่อลาออก และพนักงานที่มีอายุงานเกิน 15 ปี ขึ้นไปเมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 1457)

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นหาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ15วันแล้วได้เปลี่ยนมาเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9403/2538

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น หาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่ อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ 15 วัน แล้วได้เปลี่ยน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้