คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างซ่อมเครื่องยนต์และอุปกรณ์รถยนต์ที่จำเลยไม่จ่ายให้โจทก์จำเลยให้การว่า เจ้าหน้าที่จำเลยไม่เคยว่าจ้างโจทก์ ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 40,710 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระค่าจ้างให้โจทก์อีก 3,320 บาทยกอุทธรณ์จำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า
จำเลยยื่นคำร้องว่า ลายมือชื่อในเอกสารปลอมจำเลยได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ถ้าศาลฎีกาเห็นสมควรก็ขอให้รอการพิพากษาไว้จนกว่าคดีอาญาถึงที่สุด
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าทางพิจารณาควรฟังเป็นยุติได้แล้ว จึงพิพากษาคดีไปโดยไม่รอคดีอาญาตามคำร้องจำเลยยื่นคำร้องอีกว่า จำเลยขอปฏิเสธและขอบอกเลิกเพิกถอนคำแถลงด้วยวาจาและเอกสารของทนายจำเลยคนแรก ขอให้ถือตามข้อต่อสู้เดิมศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอแก้เสียแต่ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาไปแล้ว จำเลยเพิ่งจะร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงประเด็นในชั้นฎีกา ฎีกาคำร้องของจำเลยในเรื่องนี้ จึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา และเป็นอันตกไปจำเลยยื่นคำร้องอีกว่า จำเลยขออ้างพยานหลักฐานเพิ่มเติมในชั้นฎีกา โดยจำเลยอ้างเหตุว่าไม่อาจอ้างพยานหลักฐานเหล่านี้ได้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา และอ้างเหตุเพื่อความยุติธรรม
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อได้สั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเพิกถอนแถลงการณ์ด้วยวาจาและเอกสารของทนายคนแรกของจำเลยแล้ว การอ้างพยานเพิ่มเติมตามคำร้องนี้ก็ไม่จำเป็นแก่คดีต่อไป คำร้องของจำเลยจึงตกไปอีกให้คืนค่าอ้างเอกสารตามคำแถลงของจำเลยส่วนข้อเท็จจริงศาลฎีกาไม่เห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์อีก 3,320 บาทพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น