คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฟ้องคดีแพ่งเท็จเรียกราคาทรัพย์หรือค่าทดแทน ๑๓๐๐ บาท โดยกล่าวว่าจำเลยฟ้องว่า โจทก์เป็นหุ้นส่วนของจำเลยและเอารถยนตร์ของหุ้นส่วน ๒ คันไปขายเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ขอให้คืนรถยนตร์หรือใช้ราคา ๓๘๐๐ บาท ความจริงรถยนตร์ดังกล่าวเป็นทรัพย์ส่วนตัวของโจทก์ ศาลชั้นต้นไม่ประทับฟ้องในคดีอาญา คงดำเนินฉะเพาะคดีแพ่งต่อไป และเมื่อสอบถามคู่ความแล้วงดสืบพะยาน พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ฉะเพาะคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า คำว่าฟ้องกล่าวโทษหรือฟ้องว่า เกิดการกระทำผิดขึ้นตามมาตรา ๑๕๘, ๑๕๙ นั้น เป็นเรื่องฟ้องว่ากระทำความผิดในทางอาญาทั้ง ๒ มาตรา แม้การฟ้องว่ายักยอกทรัพย์อาจเป็นทั้งทางแพ่งและทางอาญาก็ดี เมื่อไม่มีคำขอให้ลงอาญา ก็เรียกไม่ได้ว่าฟ้องกล่าวโทษหรือฟ้องว่าเกิดการกระทำผิดขึ้นดังกฎหมายบัญญัติไว้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน.