คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 158, 268, 270, 70 ฯลฯ โดยกล่าวหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อตำรวจว่า โจทก์ลักตัดยางในสวนของจำเลย ความจริงสวนยางไม่ใช่ของจำเลยโจทก์มีสิทธิตัดยางในสวนนั้นโดยอาศัยสัญญาซึ่งบิดาจำเลยทำให้โจทก์ตัดยางได้โจทก์ถูกตำรวจจับไปขัง 1 วันจำเลยให้การว่า เจ้าพนักงานอำเภอได้แจ้งให้โจทก์ทราบแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิซื้อสวนยางของบิดาจำเลย ต้องคืนสวนยาง แต่โจทก์ยังคงกรีดยางอยู่ต่อไป จำเลยจึงไปแจ้งตำรวจแทนบิดาจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 118 ฯลฯ จำคุก 3 เดือน ลดตามมาตรา 59 คงจำคุก 2 เดือนส่วนข้อหาตามมาตรา 270 ให้ยกเสียโจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยหาได้เจตนาแจ้งความเท็จให้โจทก์เสียหายไม่ จำเลยไม่มีความผิดตาม มาตรา 198 ดังฟ้องพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 158 ฯลฯ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานนี้ด้วยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง ว่าโจทก์กับบิดาจำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายสวนยางที่พิพาท ที่สุดสัญญาเป็นอันต้องเลิกไปเพราะสามีโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์ต้องคืนสวนยาง บิดาจำเลยต้องคืนมัดจำตามที่ตกลงกัน แต่โจทก์ถือว่าตราบใดที่จำเลยยังไม่คืนมัดจำให้ โจทก์ก็มีสิทธิตัดยางอยู่ จำเลยได้พาตำรวจไปห้าม โจทก์ยังขืนตัดยางต่อไป รุ่งขึ้นจำเลยจึงนำตำรวจไปจับโจทก์ เห็นว่าการที่จำเลยแจ้งความต่อเจ้าพนักงานก็โดยบิดาจำเลยใช้ให้ไปแจ้งเพราะสวนยางของบิดาจำเลยถูกกรีดยาง โจทก์ทราบจากเจ้าพนักงานแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิซื้อและจะต้องคืนสวนยางแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความเข้าใจโดยสุจริตหาได้มีเจตนาจะแจ้งความเท็จให้โจทก์เสียหายไม่ จึงไม่มีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 158พิพากษายืน