Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3861/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่สืบสวนและจับกุม ผู้กระทำความผิดแกล้งกล่าวหาพ.และก.ว่ากระทำผิดอาญาได้มีการ แจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้แล้วซึ่งไม่เป็นความจริงขอจับกุมพ. และก.ส่งพนักงานสอบสวนถ้าไม่อยากให้จับกุมต้องเอาเงินให้ จำเลยทั้งสองพ.และก.เกรงกลัวยอมมอบเงินให้ตามที่เรียกร้องเป็นการ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ตนได้ประโยชน์ ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อเสรีภาพ และชื่อเสียงของผู้ถูกขู่เข็ญจึงเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดฐานกรรโชกด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 337, 83 และคืนเงินแก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโจทก์ตามมาตรา 148 อันเป็นบทหนักให้จำเลยที่ 1 คืนเงินแก่ผู้เสียหาย ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยก จำเลยที่ 1 และโจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดตามฟ้องเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 148 อันเป็นบทหนัก ให้จำเลยที่ 2ร่วมกับจำเลยที่ 1 คืนเงินแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและนายทา วงศ์สาเนา มาพบนายไพศักดิ์ ทิพย์เสนา และนายกอง หารภูบาลผู้เสียหายแล้ว จำเลยที่ 1 ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้เสียหายว่าลักทรัพย์หรือรับของโจรโคซึ่งเป็นความจริง จะขอจับกุม และว่านายทาเจ้าของโคแจ้งความแก่จำเลยที่ 1ไว้แล้วว่าโคของนายทาหายไปได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แล้วตามมาพบโคที่บ้านผู้เสียหาย ถ้าจะไม่ให้จับกุม ต้องเอาเงินมาให้จำนวน 5,000 บาท จำเลยที่ 2ว่าให้จ่ายค่าสมนาคุณให้จำเลยที่ 1 ผู้เสียหายจึงหาเงินมาให้จำเลยทั้งสองตามที่เรียกร้องเพื่อมิให้ถูกจับกุม จำเลยที่ 1 จึงใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจให้ผู้เสียหายยอมมอบให้ซึ่งทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะจับกุมผู้เสียหายฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรอันไม่เป็นความจริง และผู้เสียหายเกรงกลัวยอมมอบทรัพย์ให้จำเลยที่ 1 ตามที่เรียกร้อง จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตามฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10616/2553

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 148, 157 ประกอบมาตรา 86, 83 และมาตรา 337 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 148 ประกอบมาตรา 86,…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2539 (เลขอ้างอิง 3801)

พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ.2490มาตรา5(1)(ก)ได้บัญญัติยกเว้นมิให้ใช้บังคับแก่อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนของราชการทหารและตำรวจที่มีหรือใช้ในราชการเมื่ออาวุธปืนของกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2786/2529

โจทก์บรรยายฟ้องความผิดตามป.อ.มาตรา148,339ว่าจำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบข่มขืนใจกรรโชกให้ผู้เสียหายมอบเนื้อกระบือชำแหละแล้ว140กิโลกรัมให้แก่จำเลยกับพวกมิฉะนั้นจำเลยกับพว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 30195)

จำเลยทั้งสองกับพวกพากันไปที่บ้านของ ว. โดยอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบปราม พกปืนบ้าง ถือกิ่งพืชกระท่อมบ้าง และกล่าวหา ว. ว่ามีพืชกระท่อมผิดกฎหมายจะจับกุมและทำบันทึกการจับกุม แล้วพูดว่า หากไม่ต้องการถูกจับก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 102604)

จำเลยทั้งสองกับพวกพากันไปที่บ้านของ ว. โดยอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบปราม พกปืนบ้าง ถือกิ่งพืชกระท่อมบ้าง และกล่าวหา ว. ว่ามีพืชกระท่อมผิดกฎหมายจะจับกุมและทำบันทึกการจับกุม แล้วพูดว่า หากไม่ต้องการถูกจับก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้