คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๙๕๖ ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมืองเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรี พร้อมบ้านเลขที่ ๖ ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของนางอึ่ง บัวประดิษฐ์ ต่อมานางอึ่งยกบ้านและที่ดินดังกล่าวให้แก่นายสมจิตร บัวประดิษฐ์ บิดาผู้ร้องซึ่งเป็นบุตร บิดาผู้ร้องครอบครองที่ดินและบ้านด้วยความสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกิน ๑๐ ปี เมื่อบิดาผู้ร้องถึงแก่กรรม ผู้ร้องได้ครอบครองต่อมา ขอให้มีคำสั่งว่าที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสามคัดค้าน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๙๕๖ ตำบลบ้านกุ่ม (ที่ถูกตำบลกุ่มตก)อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี พร้อมบ้านเลขที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง
ผู้คัดค้านทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้คัดค้านทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้การยกให้ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๒๕ เพราะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่ที่นายสมจิตรและผู้ร้องครอบครองบ้านและที่ดินพิพาทต่อมาภายหลังจากนางอึ่งถึงแก่ความตายนั้น เป็นการครอบครองไว้เพื่อตนเอง หาใช่เป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นไม่ ดังนั้นเมื่อนับแต่วันที่นางอึ่งถึงแก่ความตายจนถึงวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ผู้ร้องจึงได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินพิพาทด้วยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ปัญหาตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสามที่ว่า ที่ผู้คัดค้านที่ ๒ เข้าไปอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทภายหลังจากที่นายสมจิตรถึงแก่ความตายแล้ว
จะถือว่าเป็นการเข้าไปครอบครองมรดกของนางอึ่งเพื่อตนเองและเป็นการแทนผู้คัดค้านทั้งสามหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านที่ ๒ ไม่ได้ครอบครองมรดกของนางอึ่ง และมิได้เรียกร้องเอาส่วนมรดกภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่นางอึ่งถึงแก่ความตายแต่ผู้คัดค้านที่ ๒ เพิ่งจะเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทในภายหลัง จึงหมดสิทธิที่จะรับมรดกการครอบครองบ้านและที่ดินพิพาทของผู้คัดค้านที่ ๒ จะถือว่าเป็นการครอบครองทรัพย์มรดกเพื่อตนเองและเป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นไม่ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.