Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3964/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำการใดอันเป็นการแสดงว่าร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลยที่ 1 ยังใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายอีก ถือเป็นการกระทำโดยลำพังของจำเลยที่ 1 ในการใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายในทันทีทันใด ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ และจำเลยที่ 3 เป็นผู้ดูต้นทางในขณะที่จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายและได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี้ไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 พยายามฆ่าผู้เสียหายเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง ป.อ. มาตรา 340 ตรี มุ่งหมายที่จะลงโทษให้หนักขึ้นเฉพาะผู้ที่มีหรือใช้อาวุธปืนเท่านั้น มิใช่ว่าผู้ที่ร่วมปล้นทรัพย์จะต้องระวางโทษหนักขึ้นทุกคน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้มีหรือใช้อาวุธปืนด้วย จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีความผิดฐานร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 288, 289, 340, 340 ตรี, 371, 376 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (6) ประกอบมาตรา 80 มาตรา 340 วรรคสี่, 340 ตรี ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 371, 376 ทุกฐานความผิดประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นกับฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงและใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดและฐานร่วมกันยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิตเพียงสถานเดียว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพบางฐานความผิดในชั้นสอบสวนและทางนำสืบ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 25 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน ริบอาวุธปืนกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน และหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นและฐานร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (6) ประกอบมาตรา 80 และ 83 มาตรา 376 ประกอบมาตรา 83 และไม่ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี

ด้วย จำเลยที่ 2 และที่ 3 คงมีความผิดฐานร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงและใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 340 ตรี และ 80 จำคุกคนละ 15 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 กึ่งหนึ่งและหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ตามลำดับ คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 3 จำคุก 10 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควรตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 7 ปี 15 เดือน จำเลยที่ 3 จำคุก 10 ปี 12 เดือน สำหรับจำเลยที่ 1 ก่อนรวมโทษเมื่อลดโทษให้จำเลยที่ 1 เป็นรายกระทง

กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 แล้วลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควรจำคุก 3 เดือน ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น จำคุก 25 ปี รวมทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี ตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไว้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ขอถอนฎีกา ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้เถียงกันฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของนายพรชัย ผู้เสียหาย และใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย กระสุนปืนถูกที่แขนขวาของผู้เสียหาย 1 นัด อีกนัดหนึ่งผู้เสียหายก้มหลบข้างรถเข็น กระสุนปืนถูกขวดใส่น้ำหวานบนรถเข็นแตก โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ จำเลยที่ 3 เป็นผู้ดูต้นทาง ส่วนสร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทองคำของผู้เสียหายขาดและตกที่พื้นถนน สำหรับความผิดของจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร และฐานร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงและใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด และความผิดของจำเลยที่ 1 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น

ฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง และฐานพยายามปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน คู่ความไม่ฎีกาจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานพยามฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นและฐานยิงปืนซึ่งใช้ระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายและนางวีณาเป็นพยานเบิกความว่า ขณะที่ผู้เสียหายกำลังเข็นรถขายน้ำแข็งใสเข้าบ้าน จำเลยที่ 1 เข้ามาด้านหลังผู้เสียหายแล้วกระชากเอาสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายซึ่งสวมที่คอ และใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด กระสุนปืนถูกที่ต้นแขนขวา ผู้เสียหายวิ่งหนีรอบรถเข็น

จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายอีก 1 นัด ผู้เสียหายก้มลงหลบทัน กระสุนปืนถูกขวดใส่น้ำหวานที่วางอยู่บนรถเข็นแตกเสียหาย นางวีณาตะโกนว่ามีเจ้าพนักงานตำรวจมา จำเลยที่ 1 จึงหลบหนีไป เห็นว่า ขณะที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำการใดอันเป็นการแสดงว่าร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลยที่ 1 ยังใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายอีก เป็นการกระทำโดยลำพังของจำเลยที่ 1 ในการใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายในทันทีทันใดนั้นเอง เพียงแต่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์และจำเลยที่ 3 เป็นผู้ดูต้นทาง

ขณะที่จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายและขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 พยายามฆ่าผู้เสียหายเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี มุ่งหมายที่จะลงโทษให้หนักขึ้นเฉพาะผู้ที่มีหรือใช้อาวุธปืนเท่านั้น มิใช่ว่าผู้ที่ร่วมปล้นทรัพย์จะต้องระวางโทษหนักขึ้นทุกคน

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่า จำเลยที่ 1 มีและใช้อาวุธปืนในการปล้นทรัพย์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้มีหรือใช้อาวุธปืนด้วย จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีความผิดฐานร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืนตามมาตรา 340 ตรี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ · ไมตรี ศรีอรุณ · สุรพันธุ์ ละอองมณี
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2532

จำเลยกับพวกนำสุรามานั่งดื่มที่เพิงพักหน้าบ้านผู้เสียหายเพื่อดักปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย จำเลยจึงย่อมจะทราบดีว่าพวกของจำเลยมีอาวุธปืนมาด้วย เมื่อผู้เสียหายขับรถมาถึงและลงจากรถ จำเลยก็ใช้ท่อนไม้ตีผู้เสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2531

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่ ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี ซึ้งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 22 ปี 6 เดือน ถึง 30 ปี เป็นบทที่มีโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2530

จำเลยกับพวกอีก 1 คน ชิงรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย โดยจำเลยเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ขวางหน้ารถผู้เสียหาย พวกของจำเลยซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจำเลยชักอาวุธปืนออกมาและบอกให้ผู้เสียหายหยุด เมื่อผู้เสียหายขัดขวางมิใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2322/2529

การที่จำเลยทั้งสองกับพวกอีกสองคนร่วมดื่มสุราอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อจำเลยที่ 2 ใช้ปืนจี้และขู่ผู้เสียหายไม่ให้ร้อง จำเลยที่ 1 กับพวกต่างก็ใช้มีดจี้ผู้เสียหายทันที แสดงว่าจำเลยที่ 1 กับพวกพร้อมที่จะช่วย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 83/2567

โจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกฐานเป็นซ่องโจรอีกกรรมหนึ่ง โดยการกระทำความผิดฐานนี้ย่อมเป็นความผิดสำเร็จเมื่อมีการสมคบกันวางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นความผิด แม้ยังมิได้มีการกระทำการตามที่ได้สมคบ ปัญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้