Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4049/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์นำน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเข้าเป็นอันสำเร็จตั้งแต่ขณะที่เรือนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาในเขตท่าที่จะสูบถ่ายน้ำมันจากเรือไปเก็บในถังบนบก เมื่อโจทก์นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรสำเร็จ โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีอากรให้จำเลยแล้ว โจทก์ไม่สามารถทำใบขนที่สมบูรณ์และปฏิบัติตามพิธีการเสียภาษีได้ทันที น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจึงยังคงเก็บอยู่ในเรือและอยู่ในอารักขาของศุลกากร โจทก์ขอวางเงินไว้เป็นประกันและจำเลยอนุญาตแล้ว เงินประกันดังกล่าวจึงมิใช่เงินค่าภาษีอากรขาเข้าและไม่อยู่ในเงื่อนไขของมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 และมาตรา 112 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 กำหนดว่า ในการวางเงินเป็นประกันเช่นนี้พนักงานศุลกากรจะต้องทำการประเมินและแจ้งให้โจทก์ผู้นำของเข้านำภาษีอากรไปชำระเสียก่อน ดังนั้น โจทก์จึงไม่ต้องขอคืนเงินภาษีอากรภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นกลับออกไป และเมื่อกรณีไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของมาตรา 19 ดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากรที่ 26/2528 ข้อ 9 และ ประกาศกรมศุลกากรที่ 27/2523เรื่องการขอคืนเงินอากรตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 40 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 41 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 มาตรา 19

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินอากรนำเข้าและภาษีพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จนถึงวันฟ้องรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,903,574.49บาท และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน3,706,658.49 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์นำของเข้ามาสำเร็จแล้วตั้งแต่ขณะที่เรือซึ่งนำของเข้ามาในเขตท่าที่จะถ่ายของลงจากเรือ ความรับผิดของโจทก์ในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่นำเข้าเกิดขึ้นแล้วในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จตามมาตรา 10 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 เนื่องจากโจทก์ได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษียังไม่ครบถ้วน โจทก์จึงได้ร้องขอต่อจำเลยขอนำน้ำมันทั้งสามชนิดออกไปจากอารักขาของศุลกากร โดยยังไม่ต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรตามมาตรา 10 ทวิ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ซึ่งจำเลยได้อนุมัติให้ตามที่โจทก์ร้องขอตามความในมาตรา 40 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 โดยให้โจทก์วางเงินประกันการออกของสำหรับสินค้าน้ำมันทั้งสามชนิดที่นำเข้าไปก่อน ในกรณีวางเงินไว้เป็นประกันตามมาตรา 40 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มีผลเท่ากับเสียภาษีอากรแล้ว โดยเฉพาะกรณีของโจทก์นั้นโจทก์ยื่นขอออกของไปจากอารักขาของศุลกากรโดยรีบด่วนก่อนปฏิบัติพิธีการครบถ้วน โดยวางเงินประกันไว้ตามมาตรา 40 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469ก็มีผลเท่ากับโจทก์ได้เสียอากรแล้วเช่นเดียวกัน ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานประเมินจากปริมาตรที่โจทก์นำเข้าตามที่โจทก์สำแดง

เนื่องจากมิได้มีการตรวจวัดสูบถ่ายขึ้นถังบนบก ตามคำร้องขอของโจทก์เอง มิได้ประเมินจากปริมาตรที่โจทก์สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้า การประเมินของจำเลยจึงชอบแล้ว โจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องขอคืนเงินอากรตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9)พ.ศ. 2482 โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากรที่ 27/2523 และประกาศกรมศุลกากรที่ 26/2528 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินอากรนำเข้าและภาษีจำนวน 3,706,658.49 บาท ตลอดจนดอกเบี้ยจากต้นเงินดังกล่าวแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน3,903,574.49 บาท ให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 3,706,658.49 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2532 โจทก์นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง 3 ชนิด คือน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเบนซินชนิดพิเศษ และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน เข้ามาในประเทศไทยโดยบรรทุกมาในเรือ เมื่อเรือเข้าจอดในเขตท่าที่จะถ่ายของลงจากเรือโจทก์ไม่สามารถทำใบขนที่สมบูรณ์และปฏิบัติพิธีการเสียภาษีได้ทันทีโจทก์จึงทำเรื่องขอผ่อนผันนำสินค้าดังกล่าวออกไปก่อนและเสียภาษีอากรภายหลัง จำเลยอนุญาตโดยให้โจทก์วางเงินสดเป็นประกันภาษีและอากรขาเข้าน้ำมันทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว โจทก์ได้สูบถ่ายและเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจปล่อยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วและน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษเข้าไว้ในถัง ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่นำเข้ามีคุณภาพไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้

โจทก์ไม่ได้สูบถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจากเรือไปเก็บในถังบนบกและจะต้องส่งน้ำมันดังกล่าวกลับคืนไปยังผู้ขายที่ประเทศสิงคโปร์ น้ำมันดังกล่าวอยู่ในอารักขาศุลกากรรอผ่านพิธีการรีเอกซ์ปอร์ต ต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2532จำเลยอนุมัติให้โจทก์ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานออกไปจากอารักขาของศุลกากรได้เพื่อคืนไปยังผู้ขายเดิม ครั้นวันที่ 2พฤศจิกายน 2532 โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินอากรขาเข้าภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทย และใบเสร็จรับเงินอากรขาเข้าของน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งสามชนิดที่โจทก์นำเข้าโดยจำเลยหักเงินประกันที่โจทก์วางไว้เป็นค่าภาษีอากรขาเข้าภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทย และให้โจทก์รับคืนเงินประกันที่เหลือ

โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรไปยังกองวิเคราะห์ราคา กองพิธีการและประเมินอากร และกองคืนอากรและส่งเสริมการส่งออกตามลำดับ แล้วกองคืนอากรและส่งเสริมการส่งออกมีหนังสือแจ้งไปยังโจทก์ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับคืนภาษีอากรที่ชำระไว้เพราะขัดต่อเงื่อนไขตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482ประกาศกรมศุลกากรที่ 27/2523 ข้อ 2 และประกาศกรมศุลกากรที่ 26/2528ข้อ 9 และศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์นำน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเข้าเป็นอันสำเร็จ ตั้งแต่ขณะที่เรือนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาในเขตท่าที่จะสูบถ่ายน้ำมันจากเรือไปเก็บในถังบนบก เมื่อโจทก์นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรสำเร็จ โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีอากรให้จำเลย แต่เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถทำใบขนที่สมบูรณ์และปฏิบัติตามพิธีการเสียภาษีได้ทันที

น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจึงยังคงเก็บอยู่ในเรือและอยู่ในอารักขาของศุลกากร โจทก์ขอวางเงินไว้เป็นประกันและจำเลยอนุญาตแล้ว เงินประกันดังกล่าวจึงมิใช่เงินค่าภาษีอากรขาเข้า เงินประกันดังกล่าวจึงไม่อยู่ในเงื่อนไขของมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482และมาตรา 112 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 กำหนดว่าในการวางเงินเป็นประกันเช่นนี้ พนักงานศุลกากรจะต้องทำการประเมินและแจ้งให้โจทก์ผู้นำของเข้านำภาษีอากรไปชำระเสียก่อน ดังนั้นโจทก์จึงไม่ต้องขอคืนเงินภาษีอากรภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ส่งของนั้นกลับออกไป และเมื่อกรณีไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของมาตรา 19ดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากรที่26/2528 ข้อ 9 และประกาศกรมศุลกากรที่ 27/2523 ตามข้ออ้างของจำเลย จำเลยต้องคืนเงินประกันดังกล่าวให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยตามที่โจทก์ฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3198/2545

การที่จำเลยนำของเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อผลิตส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศโดยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารวางประกัน และรับของไปจากอารักขาของศุลกากรเป็นเพียงการผ่อนผันชำระค่าอากรขาเข้าให้แก่จำเลย เมื่อจำเลยมิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7261/2538

โจทก์นำเครื่องเอกซเรย์เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อที่จะส่งมอบให้แก่กรมตำรวจตามสัญญาซื้อขายที่โจทก์ได้ทำกับสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังแม้จะเป็นยุทธภัณฑ์แต่เมื่อกรมตำรวจมิได้รับเครื่องเอกซเรย์ไว้ในราชการและโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5302/2533

การนำสินค้าเข้าเป็นอันสำเร็จแต่ขณะที่เรือซึ่งนำของเช่นนั้นได้เข้ามาในเขตท่าที่จะถ่ายของจากเรือหรือท่าที่มีชื่อส่งของถึงเมื่อจำเลยนำสินค้าเข้ามาในอาณาจักรสำเร็จ จึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีอากรให้โจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2530

ในกรณีที่ผู้นำของเข้ามาในราชอาณาจักรไม่ว่าจะเป็นผู้ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมศุลกากรให้คืนเงินอากรขาเข้า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 19 ทวิ หรือไม่ก็ตาม จะนำของไปจากอารักขาของศุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4172/2530

จำเลยนำเข้าซึ่งสินค้าเส้นด้ายใย ประดิษฐ์ โดยแสดงว่าจะใช้ผลิตหรือผสมหรือประกอบส่งออกไปยังเมืองต่างประเทศเพื่อขอคืนอากรโดยจำเลยได้สำแดงรายการเสียภาษีอากรไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าแล้วว่าต้องเสียภาษีอากรประเภ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้