Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4122/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ได้นำรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อพร้อมกับค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียมไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์และแจ้งให้โจทก์ทราบแล้วก่อนโจทก์ขอหมายบังคับคดี ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับคดีอีกต่อไป การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2โดยผิดหลงว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีสิทธิเรียกโจทก์มาถอนการยึดทรัพย์รายนี้ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 1 นำมาวางต่อสำนักงานวางทรัพย์มีสภาพเสื่อมโทรมโจทก์จึงไม่รับนั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาเพียงว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถจักรยานยนต์ ฯลฯ เท่านั้น มิได้ระบุว่ารถจักรยานยนต์จะต้องมีสภาพอย่างไรและโจทก์มิได้ฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ออกคำบังคับและหมายบังคับคดี โดยโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 86824 พร้อมอาคารพาณิชย์3 ชั้น จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 1ได้นำรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อและค่าเสียหายไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์เพื่อชำระหนี้ โดยได้แจ้งให้โจทก์ทราบแล้วแต่โจทก์ไม่ยอมรับและได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 จึงขอให้ศาลถอนการยึดศาลชั้นต้นได้ดำเนินการนัดคู่กรณีมาพร้อมกัน เจ้าพนักงานบังคับคดียืนยันว่าการบังคับคดีโดยการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 นั้น ชอบด้วยกฎหมายศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี

ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2537จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องต่อกรมบังคับคดีว่า จำเลยที่ 2ได้นำรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อพร้อมกับค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความทั้งหมดมาวางต่อสำนักงานวางทรัพย์กลาง ตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว โดยสำนักงานวางทรัพย์กลางแจ้งให้โจทก์ทราบ โจทก์บอกปฏิเสธไม่รับทรัพย์นั้น แล้วนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นที่ดินและอาคารบ้านเรือน ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลย โดยปิดบังไม่แจ้งให้ทราบว่า จำเลยได้วางทรัพย์ชำระหนี้ตามหมายแล้ว เป็นเหตุให้จำเลยเสียหาย โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต ให้เรียกโจทก์มาถอนการยึด

พร้อมชำระค่าธรรมเนียมต่อไปโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีศาลชั้นต้นนัดคู่ความทุกฝ่ายมาสอบถามแล้ว มีคำสั่งว่าการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยนั้นเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ยกคำร้องของโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 และมีเหตุที่จะเพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิคันหมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 4 ฌ-6459 แก่โจทก์หากส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 23,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายจำนวน 7,000 บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลเท่าที่โจทก์ชนะคดีโดยกำหนดค่าทนายความให้ 800 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถคืนรถแก่โจทก์ได้ก็ให้ใช้ราคาเป็นเงิน 40,000 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 1,000 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดต่อมาจำเลยที่ 1 ได้นำรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อพร้อมกับเงินค่าเสียหาย จำนวน 7,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความจำนวน 3,730 บาท รวมเป็นเงิน 10,730 บาทไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์และแจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว หลังจากนั้นโจทก์ได้ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 เห็นว่า

จำเลยที่ 1 ได้นำรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อพร้อมกับค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียมไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์และแจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับคดีอีกต่อไป เมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 โดยผิดหลงว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีสิทธิเรียกโจทก์มาถอนการยึดทรัพย์รายนี้ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าทรัพย์ซึ่งหมายถึงรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 1นำไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางมีสภาพเสื่อมโทรมโจทก์จึงไม่รับนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาเพียงว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถจักรยานยนต์ ฯลฯ เท่านั้นมิได้ระบุว่ารถจักรยานยนต์จะต้องมีสภาพอย่างไร และโจทก์มิได้ฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุด ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์เองไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295(1) นั้น เห็นว่ากรณีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้สั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์เองเพียงแต่เรียกโจทก์มาถอนการยึดเท่านั้น ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์ในที่สุดแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรักษ์ เอื้ออังกูร · สมชัย สายเชื้อ · ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3930/2541

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่จำเลย ปฏิบัติผิดสัญญาเช่าว่า นับแต่โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าตลอดจนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าแล้วจำเลยได้ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4626/2540

ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินส่วนที่เป็นของ ม.ให้จำเลยทั้งสอง การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นการได้มาโดยผลของคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่ได้มาโดยทางมรดกในฐานะที่เป็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5445/2537

ตามสัญญาเช่าที่พิพาทระหว่างโจทก์และ ส.มิได้ระบุเรื่องสถานที่ชำระค่าเช่าไว้ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 324 บัญญัติว่าต้องชำระหนี้ ณ สถานที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้ ฉะนั้นแม้ทางปฏิบัติ ส.จะให้คนไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6539/2534

จำเลยที่ 1 ที่ 4 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 โดยผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน เดือนละ 20,000 บาทศาลพิพากษาตามยอม ผู้ร้องเป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว ศาลออกคำบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้