Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4124/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทมิใช่ทางสาธารณะแต่เป็นของโจทก์ทั้งสองเมื่อกรมทางหลวงจำเลยเวนคืนเอาที่ดินของโจทก์ทั้งสองไปขยายเป็นเขตทางหลวงและมิได้กำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ทั้งสองตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยโจทก์ทั้งสองไม่มีโอกาสเรียกค่าทดแทนตามขั้นตอนของกฎหมายได้โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากที่ดินพิพาทถูกเวนคืนจากจำเลยได้ การดำเนินการเพื่อการเวนคืนที่ดินของโจทก์เพื่อสร้างทางหลวงในคดีนี้จำเลยมิได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินพิพาทที่ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดพ.ศ.2530ให้แก่โจทก์ทั้งสองตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังนี้โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีโอกาสปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายในการเรียกค่าทดแทนจึงไม่มีกรณีที่จะต้องพิจารณาว่าจะนำหลักเกณฑ์การกำหนดค่าทดแทนตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่295ลงวันที่28พฤศจิกายน2515หรือตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาใช้บังคับแต่กรณีตามคำฟ้องของโจทก์ที่เรียกค่าที่ดินที่จำเลยขอทำถนนในที่ดินของโจทก์ส่วนที่พิพาทโดยจำเลยจะจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์ในภายหลังนั้นพอถือได้ว่าเป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายนั่นเอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดเลขที่ 4719 เนื้อที่ 45 ไร่ 19 ตารางวา ที่ดินดังกล่าวมีทางสาธารณประโยชน์กว้าง 8 เมตร ผ่ากลางจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน เมื่อปี 2530 มีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3208 สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (เขาวัง) - บรรจบทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3313(ชัฎป่าหวาย) ตอนบ้านเขาวัง-บ้านน้ำพุ พ.ศ. 2530 ครั้นปี 2531ช่างรังวัดแขวงการทางและพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้ปักหลักกำหนดเขตขยายทางหลวงตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว โดยขยายจากทางสาธารณประโยชน์ให้มีความกว้างข้างละ 36 เมตร เนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน21 ตารางวา โดยจำเลยขอให้โจทก์ทั้งสองอุทิศที่ดินส่วนที่ขยายออกไปให้จำเลยแต่โจทก์ทั้งสองไม่ยอม

จำเลยจึงขอทำถนนในที่ดินของโจทก์ทั้งสองตามเขตที่ขยายออกไปโดยจะจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์ทั้งสองในภายหลัง กับให้โจทก์ทั้งสองแบ่งแยกโฉนดที่ดินออกเป็นบริเวณเขตทางที่กำหนดเขตเวนคืนเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังต่อไปโจทก์ทั้งสองจึงแบ่งแยกที่ดินเป็นโฉนดเลขที่ 39219 เนื้อที่ 7 ไร่21 ตารางวา ซึ่งเมื่อหักเนื้อที่ทางสาธารณประโยชน์ที่อยู่ตรงกลางเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน ออกไปจะเหลือที่ดินที่จำเลยต้องจ่ายค่าเวนคืนเนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา ราคาประเมินไร่ละ 300,000 บาทเป็นเงิน 1,740,750 บาท โจทก์ทั้งสองทวงถามแต่จำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,740,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยให้การว่า

โจทก์ทั้งสองกับนางสาวจุฑาทิพย์ ชมภูนุชและนางสาวนิพภยา ชมภูนุช เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดเลขที่4719 โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเวนคืนที่ดินเนื้อที่5 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา ทั้งหมดจากจำเลย จังหวัดราชบุรีสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3208 สายบ้านเขาวัง-บ้านน้ำพุเมื่อปีใดไม่ปรากฎชัด โดยสร้างเป็นผิวจราจรลูกรัง กว้าง 5 เมตรคันทางกว้าง 8 เมตร เขตทางข้างละ 20 เมตร หลังจากนั้นประชาชนใช้ถนนดังกล่าวสัญจรตลอดมา ต่อมาปี 2506 จังหวัดราชบุรีได้มอบให้จำเลยดูแลรักษา จำเลยได้ครอบครองดูแลบำรุงรักษาให้ประชาชนใช้สอยตลอดมาเป็นเวลาเกิน 10 ปี ที่ดินพิพาทจึงเป็นทางสาธารณประโยชน์ ราคาที่ดินพิพาทในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวเขตที่ดินใช้บังคับมีราคาไร่ละ 6,000 บาท

โจทก์ทั้งสองมีสิทธิเรียกเงินค่าทดแทนเป็นเงิน 139,260 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 232,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองโจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 870,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองโจทก์ ทั้ง สอง และ จำเลย ฎีกาศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองกับพวกเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4719เนื้อที่ 45 ไร่ 19 ตารางวา ที่ดินดังกล่าวเดิมจังหวัดราชบุรีได้สร้างทางสาธารณะสายบ้านเขาวัง-บ้านน้ำพุ

ผ่านจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ครั้นปี 2506 จังหวัดราชบุรีได้มอบทางสาธารณะสายบ้านเขาวัง-บ้านน้ำพุให้จำเลย โดยแขวงการทางบ้านโป่งเป็นผู้รับมอบแทนต่อมาปี 2530 มีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3208 สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (เขาวัง) บรรจบทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3313(ชัฎป่าหวาย) ตอนบ้านเขาวัง-บ้านน้ำพุ พ.ศ. 2530 ออกใช้บังคับที่ดินของโจทก์ทั้งสองส่วนที่ทางสาธารณะผ่านอยู่ในแนวเขตที่จะสร้างทางหลวงตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวปัญหาประการแรกที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นเขตทางข้างละ 20 เมตร ของทางสาธารณะที่ผ่านที่ดินโจทก์ทั้งสองคิดเป็นเนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา เป็นทางสาธารณะหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะที่จำเลยรับมอบทางสาธารณะสายบ้านเขาวัง-บ้านน้ำพุ จากจังหวัดราชบุรี ในปี 2506นั้น ทางสาธารณะกว้าง 8 เมตร และยังไม่มีเขตทาง ที่ดินพิพาทมิใช่ทางสาธารณะแต่เป็นของโจทก์ทั้งสอง เมื่อจำเลยเวนคืนเอาที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองไปขยายเป็นเขตทางหลวงหมายเลข 3208สายบ้านเขาวัง-บ้านน้ำพุ ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวในภายหลังโดยมิได้กำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ทั้งสองตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งสองก็ไม่มีโอกาสเรียกค่าทดแทนตามขั้นตอนของกฎหมายได้ โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากที่ดินพิพาทถูกเวนคืนจากจำเลยได้ปัญหาประการที่สองตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองและจำเลยมีว่าค่าเสียหายมีเพียงใด

เห็นว่า คดีนี้จำเลยมิได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินพิพาทที่ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสองตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีโอกาสปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายในการเรียกค่าทดแทน จึงไม่มีกรณีที่จะต้องพิจารณาว่าจะนำหลักเกณฑ์การกำหนดค่าทดแทนตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515 หรือตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาใช้บังคับ แต่กรณีตามคำฟ้องพอถือได้ว่าเป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายนั่นเองและวินิจฉัยว่า ที่จำเลยขอให้กำหนดค่าเสียหายไร่ละ 6,000 บาทก็ต่ำเกินไปเห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสองไร่ละ 150,000 บาทพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต เพชรปลูก · อุดม มั่งมีดี · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5374/2561

เมื่อพิเคราะห์ถึงแผนผังโครงการจัดสรรในส่วนของโจทก์ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ แม้โจทก์จะสร้างกำแพงคอนกรีตเฉพาะส่วนทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ทางด้านหลังอาคารพาณิชย์ โดยไม่ได้สร้างกำแพงคอนกรีตในส่วนทางด้านทิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13068/2558

ตามฟ้องและฟ้องแย้ง จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ไม่ปรากฏตามฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กระทำในฐานะส่วนตัวและจำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าหนี้ตามฟ้องแย้ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2555

แม้จำเลยจะเป็นผู้ยื่นแบบขอใช้ไฟฟ้าและมีชื่อในทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อให้โจทก์จ่ายกระแสไฟฟ้าให้จำเลยที่บ้านพิพาทก็ตาม แต่เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านพิพาทให้ ป. ไปแล้ว ย่อมถือได้ว่ามีการโอนกรรมส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10230/2553

ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดต้องชำระให้แก่นิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 ที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำสัญญาระหว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8512/2553

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 4 โจทก์ในฐานะเจ้าของทรัพย์สินย่อมมีสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 แม้นิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 มีหน้าที่รับผิดชอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้