Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่มีเจตนาฆ่า เพียงแต่เจตนาทำร้ายเป็นผลให้ผู้ตายได้รับอันตรายแก่กายเท่านั้นและลักษณะบาดแผลที่เกิดจากการทำร้ายของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่อาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ดังศาลชั้นต้นวินิจฉัย จำเลยที่1 และที่ 3 คงมีความผิดตามมาตรา 295 เท่านั้น แม้จำเลยที่ 1 และที่ 3 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกา แต่เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษและวางอัตราโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3ไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจแก้ไขปรับบทและวางอัตราโทษเสียใหม่ให้ถูกต้องได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามฆ่านายประเกียรติ์ ดุมใหม่ ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี รอการลงโทษให้จำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปีจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ 3 มิใช่เป็นการร่วมกับจำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้ตาย แต่จำเลยที่ 3 ทำร้ายผู้ตายโดยพลการของตนเองที่เห็นจำเลยที่ 1 เพลี่ยงพล้ำเสียทีผู้ตายจึงเข้าช่วยเหลือ

ส่วนจำเลยที่ 2 เห็นเหตุการณ์โดยตลอดที่จำเลยที่ 1 กับผู้ตายเข้าต่อสู้กันแล้วจำเลยที่ 1 เพลี่ยงพล้ำเสียทีผู้ตายโดยผู้ตายขึ้นนั่งคร่อมจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 2 เห็นดังนั้นจึงเข้าไปฟันผู้ตายและเนื่องจากผู้ตายนั่งคร่อมจำเลยที่ 1 อยู่ จำเลยที่ 2 จึงฟันผู้ตายถูกที่ไหล่และคอข้างขวาโดยพลการของจำเลยที่ 2 เอง เช่นเดียวกับจำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 2 มิได้สำคัญผิดในข้อเท็จจริงและเข้าป้องกันจำเลยที่ 1 ดังจำเลยที่ 1 ต่อสู้ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามผลอันเกิดจากการกระทำของตน จากรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องปรากฏว่าผู้ตายมีบาดแผลที่บริเวณคอและไหล่ด้านขวาและที่บริเวณศีรษะและมีรอยช้ำเขียวที่บริเวณแขนซ้าย เหตุที่ตายเพราะเสียเลือดมากเกินไป

จากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ใช้เหล็กแป๊ปน้ำยายาวประมาณหนึ่งช่วงแขนตีผู้ตายที่ต้นขา 2 ที จนผู้ตายเสียหลักล้ม การที่จำเลยที่ 1 เลือกตีที่ต้นขาซึ่งไม่ใช่อวัยวะสำคัญ แม้จะตีโดยแรงจนผู้ตายล้มลงก็แสดงว่ามิได้มีเจตนาฆ่าและเชื่อว่าการตีของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นผลให้ผู้ตายเกิดอันตรายแก่กายและการที่จำเลยที่ 3 ใช้ไม้คล้ายด้ามจอบยาวประมาณหนึ่งช่วงแขนตีศีรษะผู้ตาย 2-3 ที บาดแผลที่บริเวณศีรษะผู้ตายเชื่อว่าเกิดจากการตีของจำเลยที่ 3 ซึ่งไม่ปรากฏว่ากว้างยาวลึกเท่าใด เห็นว่าลักษณะอาวุธที่ใช้ทำร้ายและบาดแผลที่ได้รับนี้จำเลยที่ 3 ไม่มีเจตนาฆ่า เพียงแต่เจตนาทำร้ายเป็นผลให้ผู้ตายได้รับอันตรายแก่กายเท่านั้น และเห็นว่าจากลักษณะบาดแผลที่เกิดจากการทำร้ายของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่อาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย

การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ดังศาลชั้นต้นวินิจฉัย จำเลยที่ 1 และที่ 3 คงมีความผิดตามมาตรา 295 เท่านั้น แม้จำเลยที่ 1 ที่ 3 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกา แต่เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษและวางอัตราโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจแก้ไขปรับบทและวางอัตราโทษเสียใหม่ให้ถูกต้องได้ ส่วนบาดแผลที่คอและไหล่ขวา ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายนั้นเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 2 แสดงว่ามีเจตนาฆ่า มีผลให้เลือดออกมากเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปีและรอการลงโทษจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8318/2560

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดตาม ป.อ. มาตรา 295 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่กระทำต่อผู้เสียหายที่ 4 และยกฟ้องจำเลยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7745/2552

คำเบิกความของ ว. และ ส. พยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งศาลต้องบันทึกไว้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 237 วรรคหนึ่ง เป็นพยานเอกสารอย่างหนึ่งซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยทั้งสองมีผิดหรือบริสุทธิ์ โจทก์จึงชอบที่จะอ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2545

คำให้การชั้นสอบสวนของพยาน ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีประกอบข้อพิจารณาของศาล เมื่อคำให้การชั้นสอบสวนของ ส. และ ว. สอดคล้องตรงกับคำให้การของ ข. ประจักษ์พยานโจทก์ พยานหลักฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7423/2538

ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายมีเรื่องโต้เถียงกับจำเลยที่ 6 ต่อมาจำเลยที่ 6 กับพวกรวมทั้งจำเลยที่ 5 วิ่งไล่ทำร้ายผู้เสียหายและเข้าทำร้ายผู้ตายโดยเข้าใจว่าเป็นพวกผู้เสียหาย การเข้ากลุ้มรุมทำร้ายเช่นนี้ มิใช่ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2532

จำเลยที่ 3 โกรธที่ผู้ตายทวงเงิน 10 บาทที่จำเลยที่ 3 ยืมไป จำเลยที่ 3 จึงชวนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และพวกมาดัก ทำร้ายผู้ตายกับพวก สาเหตุที่ดัก ทำร้ายเป็นเรื่องเล็กน้อย จำเลยทั้งสี่มิได้พกอาวุธมาด้วย แส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้