คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกรรโชก ชิงทรัพย์ และพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337, 339, 340 ตรี, 91, 371 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 2, 14, 15 กับให้จำเลยคืนเงินที่กรรโชกไปแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 340 ตรี จำคุก 18 ปี และฐานพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควรตามมาตรา 371 ปรับ 100 บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานกรรโชกด้วยศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยผิดฐานกรรโชกเพียงฐานเดียว พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 จำคุก 5 ปี ความผิดฐานอื่นให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์และพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควรด้วยศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายชิงทรัพย์และพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควร และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกรรโชก ชิงทรัพย์และพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควร
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์และพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควร แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ แต่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานกรรโชกอีกด้วย เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดียังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายชิงทรัพย์และพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควร แต่เชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหาย
ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้เสียให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185โดยไม่ใช่กรณีที่ต้องอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 เพราะมิใช่เป็นเหตุในลักษณะคดี แต่เป็นเรื่องคดียังไม่ถึงที่สุดซึ่งศาลอาจพิพากษาเป็นอย่างอื่นได้พิพากษายืน