Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมกันในศาลว่า จำเลยยอมซื้อที่ดินพิพาททั้งแปลงเป็นเงิน 23,000 บาท ต่อมาฝ่ายโจทก์ยืนคำร้องต่อศาลว่า ที่พิพาทมีชื่อบุตรโจทก์เป็นเจ้าของอยู่ด้วย ขอให้ศาลสั่งว่าสัญญาประนีประนอมดังกล่าวไม่ผูกพันทรัพย์ส่วนของบุตร ศาลไต่สวนแล้วสั่งว่าสัญญาประนีประนอมระหว่างโจทก์จำเลย ไม่ผูกพันส่วนของเด็ก ฝ่ายจำเลยจึงขอชำระราคาที่ดินเพียง 11,500 บาทครึ่งราคาทั้งหมดดังนี้ ฝ่ายโจทก์จะให้จำเลยชำระราคาที่ดินเต็ม 23,000 บาท ย่อมไม่ได้ เพราะตนยอมขายที่ดินให้จำเลยเพียงครึ่งเดียว ซึ่งฝ่ายจำเลยจะไม่ซื้อเสียทั้งหมดก็ย่อมทำได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๘๒ ซึ่งจำเลยเช่า ผลที่สุดโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยตกลงซื้อที่ดินโฉนดที่ ๓๔๘๒ รวมทั้งสิ่งของที่จำเลยครอบครองอยู่ตามสัญญาเช่า เป็นเงิน ๒๓,๐๐๐ บาท เมื่อจำเลยชำระเงินให้โจทก์เสร็จแล้ว โจทก์จะได้โอนที่ดินให้จำเลยทันที ต่อมานางสาครยื่นคำร้องต่อศาลว่า ด.ญ.นงนุชบุตรนางสาครและโจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๘๒ อยู่ด้วย ขอให้ศาลสั่งว่าหนังสือสัญญารปะนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยทำกันไว้ไม่ผูกพันทรัพย์สินส่วนของ ด.ญ.นงนุช ศาลชั้นต้นสั่งว่าสัญญายอมความและคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวไม่ผูกพันทรัพย์สินส่วนของเด็กหญิงนงนุชด้วย

ต่อมาอีก ๗ เดือนนางสาคร ยื่นคำร้องว่าโจทก์เป็นคนไร้ความสามารถ ศาลสั่งให้อยู่ในความอนุบาลของนางสาคร ขอให้ศาลสั่งโจทก์ให้วางเงิน ๒๓,๐๐๐ บาท เพื่อจะให้ดำเนินการโอนชื่อในโฉนดให้เป็นชื่อจำเลยแทนโจทก์ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยแถลงว่า ถ้าจะโอนที่ดินให้ฉะเพาะส่วนของโจทก์แล้ว จำลยจะวางเงินเพียง ๑๑,๕๐๐ บาท โจทก์ว่าต้องวาง ๒๓๐๐๐ บาทศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยวางเงิน ๒๓,๐๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยวางเงินเพียงกึ่งจำนวนคือ ๑๑,๕๐๐ บาท นางสาครฎีกา ศาลฎีกา พิเคราะห์สัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว จะแลเห็นเจตนาของทั้งสองฝ่ายได้ว่ามีเจตนาซื้อขายที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างหมดทั้งโฉนดในราคา ๒๓,๐๐๐ บาท มาบัดนี้ฝ่ายโจทก์ จะยอมขายให้จำเลย แต่เพียงส่วนของตน ส่วนของ ด.ญ.นงนุชไม่ยอมขาย ฝ่ายจำเลยจึงขอชำระเงินแต่เพียงครึ่งหนึ่งคือ ๑๑,๕๐๐ บาทนั้น นับว่าเป็นผลดีแก่ฝ่ายโจทก์ เพราะฝ่ายจำเลยจะไม่ซื้อเสียทั้งหมดก็ย่อมทำได้ตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาจึงชอบด้วยรูปคดีแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปริญญา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2546

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟ้องจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ดำเนินการใส่ชื่อจำเลยที่ 2 และ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2545

เมื่อได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความตามนั้น และแม้สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาก็ตาม แต่การจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้ก็ต่อเมื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2537

โจทก์ในคดีนี้เป็นคู่ความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 448/2529 ของศาลชั้นต้นมี ม. เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมดำเนินคดีแทน คดีดังกล่าวถึงที่สุดด้วยการประนีประนอมยอมความในศาล แม้โจทก์จะเป็นผู้เยาว์และการทำสัญญาประนีป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6593/2537

คดีเดิมจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยแล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน คดีถึงที่สุด คำพิพากษาตามยอมจึงผูกพันคู่ความ หากคู่ความไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความคู่ความชอบที่จะขอให้บังคับตามสัญญาประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2520

เดิมโจทก์เคยฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางในที่ดินของจำเลยโดยอ้างว่าเป็นทางภารจำยอม แล้วโจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมเปิดทางในที่ดินดังกล่าวกว้าง 2 เมตร 50 เซนติเมตร ยาวตลอดที่ดิน ซ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้