คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ร้องออกจากบ้านพิพาท ขอให้ศาลมีคำสั่งไต่สวนคำร้องของผู้ร้องเพื่อมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าห้องพิพาทเป็นของโจทก์ซึ่งปลูกสร้างให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างอยู่อาศัยอันเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง ต่อมาโจทก์ต้องการห้องพิพาทคืน จำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาทและเรียกค่าเสียหาย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ขับไล่จำเลยพร้อมทั้งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ คดีถึงที่สุด ต่อมาศาลแรงงานกลางออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน คดีอยู่ในระหว่างการปิดคำบังคับของศาลแรงงานกลาง ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2530 ดังกล่าวข้างต้นต่อศาลแรงงานกลางคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลแรงงานกลางหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องที่อ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านพิพาทโดยเป็นผู้ก่อสร้างและออกค่าใช้จ่ายปลูกสร้างในที่ดินริมคูสาธารณะจึงมีสิทธิในบ้านพิพาทดีกว่าโจทก์อันเป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของบ้านพิพาทซึ่งเป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิในบ้านพิพาทกับโจทก์โดยตรง
เมื่อผู้ร้องกับโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างนายจ้างกันกรณีของผู้ร้องจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 8แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 อันจะทำให้ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางได้ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.