Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4256/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ไปในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์บรรทุกสิบล้อของโจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็น 561,070 บาท อีกทั้งทรัพย์สินของบริษัท ฟ. ที่บรรทุกมากับรถยนต์บรรทุกของโจทก์เสียหายคิดเป็นเงิน 350,000 บาท จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัท ฟ. ไปแล้ว 350,000 บาท และบริษัท น. ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ได้ชำระค่าซ่อมให้โจทก์เป็นเงิน 200,000 บาทแล้ว และถึงแม้ว่าจำเลยที่ 3 กับบริษัท น. จะมีข้อตกลงร่วมกันว่าหากมีเหตุเกิดขึ้นระหว่างรถยนต์ที่จำเลยที่ 3 กับบริษัท น. เป็นผู้รับประกันภัย ต่างฝ่ายต่างจะรับผิดชอบซ่อมแซมและชดให้ค่าเสียหายแก่รถยนต์ที่ฝ่ายตนรับประกันภัยโดยไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม แต่ข้อตกลงดังกล่าวก็มีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้นไม่มีผลกระทบถึงสิทธิเรียกร้องอันเกิดจากมูลละเมิดในส่วนของผู้เอาประกันภัย ดังนั้น การที่บริษัท น. ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ยังไม่ครบถ้วน แม้จำเลยที่ 3 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บริษัท ฟ. ไปแล้ว แต่ในเมื่อยังไม่เต็มวงเงินยังเหลือวงเงินอีก 150,000 บาท ตามที่รับประกันภัยโจทก์ไว้ จำเลยที่ 3 ก็ต้องร่วมผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์อีก 150,000 บาท ตามวงเงินที่เหลือด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายจำนวน 740,467 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 689,070 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 386,070 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดชำระเงินจำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินค่าเสียหาย 361,070 บาท โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในเงินดังกล่าวด้วยในวงเงิน 150,000 บาท พร้อมทั้งให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ปี ในเงินจำนวนที่จำเลยแต่ละคนต้องรับผิดนับแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2539 จนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70 - 3030 กาญจนบุรี ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับบริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกและรถบรรทุกพ่วงหมายเลขทะเบียน 80 - 7124 สุราษฎร์ธานี และ 80 - 7204 สุราษฎร์ธานี ตามลำดับ จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันดังกล่าวของจำเลยที่ 2 ในวงเงิน 500,000 บาท ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ข้บรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์บรรทุกของโจทก์ ได้รับความเสียหาย เสียค่าซ่อมเป็นเงิน 520,070 บาท

ค่าลากรถ 6,000 บาท และค่าขาดประโยชน์ 35,000 บาท รวมเป็นเงิน 561,070 บาท บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ชดใช้ค่าซ่อมรถยนต์บรรทุกของโจทก์เป็นเงิน 200,000 บาท ส่วนทรัพย์สินของบริษัทฟิตติ้ง เซรามิค จำกัด ที่บรรทุกมากับรถยนต์บรรทุกของโจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 350,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 3 ได้ชดใช้ให้แก่บริษัทฟิตติ้ง เซรามิค จำกัด ไปแล้ว จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกและรถบรรทุกพ่วงของจำเลยที่ 2 ในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อจำเลยที่ 3 ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทฟิตติ้ง เซรามิค จำกัด 350,000 บาท และบริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิจากโจทก์ได้ชำระค่าซ่อมให้โจทก์เป็นเงิน 200,000 บาท แล้ว ซึ่งจำเลยที่ 3 กับบริษัทนำสินประกันภัย

จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาตกลงกันไม่เรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกัน ดังนั้น จำเลยที่ 3 ได้ชดใช้ค่าเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัยครบถ้วนเต็มวง 500,000 บาท แล้ว จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชดใช้เงินส่วนของจำเลยที่ 3 ให้โจทก็อีก 150,000 บาท นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 3 จะมีข้อตกลงกับบริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ว่า หากมีเหตุเกิดขึ้นระหว่างรถยนต์ที่จำเลยที่ 3 กับบริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประกันภัย ต่างจะรับผิดชอบซ่อมแซมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รถยนต์ที่ฝ่ายตนรับประกันภัยโดยไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น

ไม่มีผลกระทบถึงสิทธิเรียกร้องอันเกิดจากมูลละเมิดในส่วนของผู้เอาประกันภัย ดังนั้น การที่บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ผู้เอาประกันภัย 200,000 บาท แล้ว ยังไม่ครบถ้วนสำหรับค่าเสียหายของโจทก์ยังขาดอยู่อีก 361,070 บาท เมื่อจำเลยที่ 3 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บริษัทฟิตติ้ง เซรามิค จำกัด 350,000 บาท แล้วยังไม่เต็มวงเงิน 500,000 บาท ยังเหลือวงเงินอีก 150,000 บาท ตามที่จำเลยที่ 3 รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกและรถบรรทุกพ่วงของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์อีก 150,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · ปัญญา ถนอมรอด · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4888/2558

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์และเป็นผู้เอาประกันภัยโดยทำสัญญาประกันภัยค้ำจุนกับจำเลยที่ 2 เพื่อคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกรวมถึงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยและทรัพย์สิน ตาม ป.พ.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2546

ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ขณะที่คนขับรถยนต์คันที่บริษัทโจทก์รับประกันภัยไว้ขับรถแซงรถคันหน้าขึ้นไปแล้วกลับเข้ามาในช่องเดินรถเดิม จำเลยซึ่งขับรถอยู่ห่างจากรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ทางด้านหลัง ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7820/2538

อ. ลูกจ้างจำเลยรับรถยนต์ของโจทก์ไว้เพื่อทำการล้างอัดฉีดซึ่งเป็นกิจการของจำเลยการที่อ. มอบรถยนต์คันดังกล่าวให้ผู้อื่นไปโดยผู้นั้นไม่มีหลักฐานใบรับรถมาแสดงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเมื่อทำให้โจทก์ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6628/2538

จำเลยรับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันไว้จากผู้เอาประกันภัยเพื่อรับจ้างติดตั้งหลังคาไฟเบอร์กล๊าสจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องดูแลรักษารถยนต์มิให้สูญหายเพื่อจะได้คืนรถยนต์ให้ผู้ว่าจ้างเมื่อรถยนต์สูญหายไปในระหว่างที่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601/2529

อ.และจ.เป็นโจทก์ฟ้องว.ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าว.และอ.ต่างขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้รถของทั้งสองฝ่ายชนกันอ. มีส่วนกระทำผิดอาญา ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องเฉพาะคดีที่ อ.เป็นโจทก์ แล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้