Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4289/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คูเมืองเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (3) แม้จะมีสภาพเป็นที่ตกกล้า ทำนาหรือปลูกอาคารห้องแถวร้านค้า เป็นที่บ้านที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ ก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินผู้ใดจะครอบครองช้านานเพียงใด ย่อมไม่มีสิทธิครอบครองหรือได้กรรมสิทธิ์ดังนั้น จำเลยจะยกระยะเวลาครอบครองขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหาได้ไม่ ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. 2509 คูเมืองได้ขึ้นทะเบียนเป็นเขตโบราณสถานแต่กระทรวงการคลังก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุไว้ด้วยดังนั้นคูเมืองจึงเป็นที่ราชพัสดุตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 มาตรา 4 กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตามมาตรา 5 และมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองคูเมืองนั้นได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1304 พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 มาตรา 4 พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 มาตรา 5 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2509 มาตรา 7

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ราชพัสดุเลขทะเบียนที่ ๑๘๗๔๕ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ เป็นคูเมืองสุรินทร์ อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เมื่อประมาณ ๖๐ ปีมานี้ จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินแปลงนี้ทำเป็นที่ตกกล้า ถมที่ดินทำการปลูกสร้างอาคารห้องแถวให้ผู้อื่นเช่าทำเป็นร้านค้า ในเดือนกันยายน ๒๕๑๘ จำเลยขอรังวัดออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวในนามจำเลย โจทก์คัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งให้คู่กรณีไปดำเนินคดีทางศาลขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและห้ามเจ้าพนักงานออกโฉนดให้แก่จำเลย ให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้รื้ออาคารออกไปจากที่ดินแปลงนี้

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะหากคูเมืองเป็นโบราณสถานตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ ย่อมเป็นอำนาจของกรมศิลปากรที่จะดูแลรักษา ที่พิพาทไม่ใช่คูเมือง แต่เป็นสวนผลไม้และนาซึ่งราษฎรได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาจนตกทอดมาถึงจำเลยจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วย เจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาไม่มีผู้ใดขัดขวาง ได้แจ้งการครอบครองและเรียกภาษีบำรุงท้องที่จนได้กรรมสิทธิ์โจทก์ไม่มีสิทธิขับไล่ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นที่ราชพัสดุอยู่ในความปกครองของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารและรื้อถอนอาคารออกไปจากที่พิพาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า กำแพงเมืองสุรินทร์มี ๒ ชั้นกำแพงชั้นนอกมีคูเมืองทั้งด้านในและด้านนอก ที่พิพาทเป็นคูเมืองด้านในของกำแพงชั้นนอก แล้ววินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๓) และเป็นที่ราชพัสดุที่โจทก์ขึ้นทะเบียนไว้ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เลขทะเบียนที่ ๑๘๗๔๕ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ แม้ต่อมาที่พิพาทจะมีสภาพเป็นที่ตกกล้าทำนา หรือปลูกอาคาร ห้องแถว ร้านค้า ก็ยังเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยจะครอบครองช้านานเพียงใด แม้จะเป็นที่บ้านที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จก็ตามจำเลยไม่มีสิทธิครอบครองหรือได้กรรมสิทธิ์

จะยกระยะเวลาครอบครองขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหาได้ไม่ จำเลยไม่มีสิทธิในที่พิพาท และแม้ที่พิพาทจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นเขตโบราณสถาน ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๙ แต่ก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่โจทก์ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุไว้ ที่พิพาทจึงเป็นที่ราชพัสดุตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่พิพาทตามมาตรา ๕ เมื่อจำเลยครอบครองที่พิพาทอยู่ไม่ยอมออกไปโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายชัชลิต ละเอียด
ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7742/2548

หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงระบุว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ แต่เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติที่รา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2265/2528

ตัวเมืองนครศรีธรรมราชเก่าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีกำแพงเมืองล้อมรอบทั้งสี่ด้าน นอกกำแพงเมืองมีคูล้อมรอบเช่นเดียวกันคูเมืองกว้างประมาณ 10 วาโดยตลอดตัวเมืองนครศรีธรรมราชเก่าเป็นของทางราชการและสถานที่รา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2705/2523

ที่ดินและบ้านพิพาทเป็นทรัพย์สินที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎร ได้บริจาคเงินสมทบกับเงินบำรุงอำเภอ ซื้อไว้ใช้ในราชการของอำเภอ โดยเป็นที่พักหรือที่ทำงานปลัดอำเภอประจำตำบลในขณะนั้น ที่ดินและบ้านพิพาทจึงเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2029/2543

แม้หม่อมเจ้าธำรงศิริสมุหเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลจันทบุรีทรงมีลายพระหัตถ์ในเอกสารฉบับลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2458 และเอกสารฉบับลงวันที่ 21 กันยายน 2458 ถึงผู้ว่าราชการเมืองจันทบุรีในขณะนั้น ให้ขยายแนวเขต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้