Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4312/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกู้ยืมเงินกฎหมายมิได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม (มาตรา 193/30 ที่แก้ไขใหม่) และตามมาตรา 169 เดิม (มาตรา 193/12 ที่แก้ไขใหม่) บัญญัติว่า "อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป?" เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตั้งแต่งวดแรก คือ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2527 จำเลยที่ 1 จึงตกเป็นผู้ผิดนัดและประพฤติผิดสัญญากู้เงิน โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ทั้งหมดได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2527 โดยไม่จำต้องรอให้ครบกำหนดชำระต้นเงินคืน อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2538 นับจากวันที่ 1 ธันวาคม 2527 ถึงวันฟ้องเกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินโจทก์ ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี โดยจำเลยที่ ๑ รับเงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว ในการกู้ยืมเงินดังกล่าวมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน หลังจากกู้ยืมเงินไปแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่เคยชำระทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยกู้ยืมเงินและไม่เคยทำสัญญากู้กับโจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จำเลยที่ ๒ ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตาย

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตและจำหน่ายคดีจำเลยที่ ๒ ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๔๙,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่คำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๙) (ที่ถูกคือ วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๘) ไม่เกิน ๑๘,๓๗๕ บาท กับให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ (ปัจจุบันคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ) พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และฎีการวม ๒,๘๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๑ ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ วินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน ๔๙,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ตกลงชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ทุกเดือน กำหนดชำระเงินคืนภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ หลังจากกู้ยืมเงินแล้วจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๘ ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ว่า

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า การกู้ยืมเงินมิได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ (เดิม) (มาตรา ๑๙๓/๓๐ ที่แก้ไขใหม่) และตามมาตรา ๑๖๙ (เดิม) (มาตรา ๑๙๓/๑๒ ที่แก้ไขใหม่) บัญญัติว่า "อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป?" ตามสัญญาเงินกู้กำหนดให้จำเลยที่ ๑ จะต้องชำระดอกเบี้ยให้โจทก์เดือนแรกภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ การที่จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์เลย จึงเป็นการผิดสัญญา ซึ่งสัญญากู้เงินข้อ ๖ ระบุว่า โจทก์ฟ้องเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยได้ ถือได้ว่าระยะเวลาซึ่งโจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไป โดยไม่จำต้องรอจนครบกำหนดชำระเงินคืนตามสัญญา

อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๘ อายุความนั้นเกิน ๑๐ ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร สุภาดุลย์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · สมชัย เกษชุมพล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตาก - นายวัชรินทร์ สงห้อง
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสถิตย์ อรรถบลยุคล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1986/2541

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 รับจ้างเป็นผู้จัดการของโจทก์ตามสัญญาจ้างผู้จัดการ โดยสัญญามีข้อตกลงว่าจำเลยที่ 1 รับชดใช้ค่าเสียหายหรือหนี้สินที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายหรือก่อให้เกิดหนี้สินต่อโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2557/2538

การกู้ยืมเงินมิได้มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ10ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา193/30จำเลยที่1กู้เงินโจทก์เมื่อวันที่4ธันวาคม2523กำหนดชำระดอกเบี้ยเดือนละครั้งและกำหนดชำระเงินคืนภายในวั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6853/2538

โจทก์ทำสัญญาจ้างจำเลยให้ทำการย่อยและขนส่งหินคลุกกองรายทางใช้สำหรับราดยางในทางหลวง ตามสัญญาดังกล่าวกำหนดให้จำเลยส่งมอบงานงวดที่ 1 ให้เสร็จภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2522 และส่งมอบงานงวดที่ 2 ให้เสร็จภายในวัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5201/2537

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลพร้อมเงินเพิ่มต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร มาตรา 30 ภาษีส่วนนี้จึงยุติตามที่ได้ประเมินจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3871/2536

เอกสารไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าเป็น "ตั๋วสัญญาใช้เงิน"คงมีแต่ข้อความว่าเป็น "ตั๋ว" เอกสารดังกล่าวจึงขาดสาระสำคัญของตั๋วสัญญาใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 983(1)จึงมิใช่ตั๋วสัญญาใช้เงิน โจท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้