Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2501 (เลขอ้างอิง 43563)

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การสืบว่าสามีโจทก์ผู้ให้กู้ใส่จำนวนเงินในสัญญากู้ผิดจากที่ขอกู้เป็นการสืบให้เห็นว่าจำนวนเงินที่เขียนลงในสัญญากู้ผิดจากที่กู้จริงถือว่าเท่ากับสืบว่าสามีโจทก์ปลอมจำนวนเงินกู้อันเป็นเรื่องสืบว่าเอกสารปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วนย่อมนำสืบได้ตามข้อยกเว้นของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 การนำสืบว่าผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 4 มิใช่ร้อยละ1.25 ดังที่ปรากฏในเอกสารเป็นการสืบให้เห็นว่าเรียกดอกเบี้ยผิดกฎหมายย่อมนำสืบได้ การนำสืบว่าได้มีการใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ต้องมีหลักฐานการรับเงินเป็นหนังสือมาแสดง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยสองสำนวน โดยที่โจทก์จำเลยเป็นคู่ความคนเดียวกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกัน ศาลจึงรวมพิจารณาพิพากษาด้วยกันสำนวนแรกโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้อีก 17,200 บาทที่ยังค้างจากจำนวนที่จำเลยทำหนังสือกู้ไป 37,200 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทที่ค้างอีก 5,072 บาท 84 สตางค์สำนวนหลังโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้ 5,760 บาทกับดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทที่ค้างอีก 861 บาท 60 สตางค์สำนวนแรกจำเลยให้การว่าได้กู้เงินโจทก์เพียง 30,000 บาท สามีโจทก์เขียนสัญญาจะใส่จำนวนเงินลงเท่าใด จำเลยไม่ทราบ โจทก์เรียกดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อเดือน จำเลยชำระดอกเบี้ยเป็นตัวเงินบ้างทองรูปพรรณบ้าง โจทก์ไม่ออกใบรับให้ ต่อมาโจทก์เร่งรัดให้ชำระต้นเงินกู้

จำเลยจึงโอนสวนยางใช้หนี้โจทก์ตีราคา 20,000 บาท ต่อมาโจทก์ให้จำเลยโอนรถยนต์ตีใช้หนี้โจทก์อีก จำเลยก็ยอมโอนให้ ต่อมาจำเลยไปขอสัญญากู้คืนกับขอเงินที่เกินอยู่โจทก์ว่าหนังสือกู้ไม่ต้องคืนฉีกเสียก็ได้ แล้วฉีกกระดาษคล้ายสัญญากู้ต่อหน้าจำเลย ส่วนเงินที่เกินโจทก์บอกว่าเสียเป็นค่าใช้จ่ายในการโอนสวนยางหมด จำเลยเพิ่งรู้ว่าถูกโจทก์หลอกลวงเมื่อถูกฟ้อง สำนวนหลัง

จำเลยให้การว่าได้กู้เงินโจทก์เพียง 3,000 บาทดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อเดือน สามีโจทก์เขียนสัญญาจะใส่จำนวนเงินลงเท่าใด จำเลยไม่ทราบ นอกจากนี้ต่อสู้เช่นเดียวกับคดีแรก ศาลชั้นต้นฟังว่าเอกสารสัญญากู้ทั้งสองฉบับไม่ตรงกับความจริงจะรับฟังมาบังคับจำเลยไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่าพยานหลักฐานจำเลยไม่น่าเชื่อ และจำเลยจะนำสืบพยานบุคคลเพื่อแก้ไขหนังสือกู้ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยจะสืบพยานแก้ไขสัญญากู้ไม่ได้ ต้องห้ามโดย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น แม้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 จะห้ามมิให้นำสืบเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารก็ดีแต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่ที่อนุญาตให้นำสืบว่าเอกสารนั้นปลอม หรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ฯลฯ การที่จำเลยนำสืบว่าสามีโจทก์ใส่จำนวนเงินเอาเองผิดไปจากที่จำเลยกู้นั้น เป็นการสืบให้เห็นว่าจำนวนเงินที่เขียนลงในสัญญากู้ผิดจากที่ขอกู้จริง

เท่ากับสามีโจทก์ปลอมจำนวนเงินกู้ จำเลยจึงย่อมนำสืบได้ตามข้อยกเว้นของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 การที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์คิดเอาดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาท มิใช่ร้อยละ 1.25 บาทดังที่ปรากฏในเอกสารก็นำสืบได้ เพราะเป็นการสืบให้เห็นว่าโจทก์เรียกเอาดอกเบี้ยผิดกฎหมายแต่ฟังข้อเท็จจริงว่าไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะยอมให้สามีโจทก์เขียนลงในสัญญากู้โดยจำเลยไม่รู้ และยอมลงลายมือชื่อโดยไม่มีใครอ่านให้ฟัง เมื่อจำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้ตามเอกสารที่โจทก์ฟ้องโดยสมัครใจแล้วจะนำสืบเถียงว่า ความจริงจำเลยได้รับเงินไปไม่ถึงจำนวนเท่าที่ปรากฏในเอกสารย่อมไม่ได้ เพราะเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร ข้อที่ว่าจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์นอกจากเอาสวนยางตีใช้หนี้ จำเลยไม่มีใบรับมาแสดงเอกสารกู้ยืมก็ยังอยู่กับโจทก์ จึงเชื่อไม่ได้ว่าชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้จำเลยชำระต้นเงินสำนวนแรก 17,200 บาท ดอกเบี้ยที่ค้าง 5,072.84 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือนในต้นเงิน 17,200 บาทแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสำนวนหลัง 5,760 บาท ดอกเบี้ยที่ค้าง 861.60 บาทกับดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือนในต้นเงิน 5,760 บาทแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้ใช้ค่าธรรมเนียม 3 ศาล กับค่าทนาย 3 ศาลรวม 2,000 บาทแทนโจทก์ด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2541

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้รวม 3 ฉบับ จำนวนเงินฉบับละ 50,000 บาท40,000 บาท และ 110,000 บาท ตามลำดับ รวมแล้วเป็นเงินต้น200,000 บาท จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 กู้เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5416/2540

จำเลยที่ 2 และที่ 5 ให้การข้อ 2 ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ ไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ และไม่เคยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยคนใดที่มีภาระจำต้องชำระหนี้แก่โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2538

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ตามสัญญากู้เอกสารท้ายฟ้องจำนวน 20,200 บาท จำเลยให้การต่อสู้เรื่องสัญญากู้เป็นเอกสารปลอมเป็นประเด็นสำคัญ โดยอ้างเหตุว่าที่เป็นเอกสารปลอมเนื่องจากโจทก์ได้แก้ไขจำนวนเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2527

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ 16,000 บาท จำเลยให้การว่าความจริงกู้เพียง 6,000 บาท ปรากฏว่าเอกสารหลักฐานแห่งการกู้เดิมเป็นแบบพิมพ์สัญญากู้เงิน เมื่อจำเลยเขียนเลข '6,000' ในช่องจำนวนเงินที่กู้ยืมและเซ็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2523

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ 2,000 บาท จำเลยให้การว่าความจริงจำเลยกู้เพียง 1,000 บาท ได้ลงชื่อไว้ในแบบพิมพ์ซึ่งได้ลงจำนวนเงินไว้แล้ว แต่ไม่กรอกข้อความ จำนวนเงินในสัญญากู้ได้มีการแก้ไขจาก 1,000 บาท เป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้