คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดกของนายศรีสุเทพ ให้แก่โจทก์ผู้เป็นผู้จัดการมรดกเพื่อแบ่งให้แก่ทายาทผู้รับพินัยกรรมต่อไป
จำเลยให้การว่านายศรีสุเทพได้ทำสัญญาระหว่างสมรสไว้กับจำเลยว่าจะไม่เกี่ยวข้องเรียกร้องสิทธิหรือสร้างภาระผูกพันเกี่ยวกับสินบริคณห์ ทรัพย์ดังกล่าวจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย นายศรีสุเทพ จะทำพินัยกรรมยกให้ผู้อื่นไม่ได้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาว่า สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่นายศรีสุเทพกับจำเลยทำไว้ในระหว่างเป็นสามีภริยาตามเอกสารหมาย ล.8 เป็นโมฆะหรือไม่ สัญญาดังกล่าวระบุว่า"...ระหว่างนายศรีสุเทพ รอดริปู(สามี) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่าคู่สัญญาที่ 1 กับนางสราญ รอดริปู (ภริยา) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่าคู่สัญญาที่ 2 โดยมีข้อความสัญญาดังต่อไปนี้1. คู่สัญญาที่ 1 จะไม่นำเอาสินบริคณห์ใด ๆ ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือจะมีขึ้นในอนาคตไปจำหน่ายหรือทำนิติกรรมใด ๆ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ในการอุปการะเลี้ยงดู รักษาพยาบาลครอบครัวและการศึกษาของบุตร (อันเกิดจากคู่สัญญาที่ 2)2. คู่สัญญาที่ 1 จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องสร้างภาระผูกพันหรือเรียกร้องสิทธิใด
ๆ ในทรัพย์สินที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือจะมีขึ้นในอนาคต ซึ่งมีชื่อของคู่สัญญาที่ 2 มีกรรมสิทธิ์อยู่3. อย่างไรก็ตามสัญญาในข้อที่ 1 และ 2 ย่อมเป็นอันใช้ไม่ได้ถ้าหากคู่สัญญาที่ 2 ให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยเห็นว่าข้อสัญญาทั้ง 3 ข้อ ไม่มีวัตถุประสงค์เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 คู่สัญญามีอำนาจกระทำได้ เพียงแต่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกล้างในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยา ทั้งการทำสัญญาจำกัดสิทธิบางอย่างในระหว่างกันเองในเรื่องทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของครอบครัวด้วยความสมัครใจก็ดีการสละทรัพย์สินให้แก่กันในระหว่างสามีภริยาด้วยความสมัครใจก็ดีก็ไม่เป็นการขัดกับบทบัญญัติของกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 114 และเป็นการใช้สิทธิโดยชอบตามมาตรา 1316 สัญญาตามเอกสารหมาย
ล.8 จึงเป็นสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายใช้บังคับได้มีปัญหาต่อไปว่า ทรัพย์พิพาทเป็นมรดกของนายศรีสุเทพหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าทรัพย์พิพาททั้งหมดมีชื่อจำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และตามสัญญาเอกสารหมาย ล.8ข้อ 2 ระบุว่านายศรีสุเทพจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือเรียกร้องสิทธิใด ๆ ในทรัพย์สินที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือจะมีขึ้นในอนาคต ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ข้อสัญญาดังกล่าวนี้ถือได้ว่านายศรีสุเทพได้สละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทให้แก่จำเลยแล้วและนายศรีสุเทพไม่เคยบอกล้างสัญญาดังกล่าว ทรัพย์พิพาทจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย นายศรีสุเทพไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกทรัพย์พิพาทให้แก่ผู้ใด และทรัพย์พิพาทไม่เป็นมรดกของนายศรีสุเทพ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน