Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 44688)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การนั่งพิจารณาคดีของศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กัน เป็นองค์คณะพิจารณา และต้องนั่งพิจารณาติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่สำคัญและจะเลื่อนครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน7 วันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 17และมาตรา 45 วรรคสาม หากโจทก์เห็นว่าศาลแรงงานกลาง มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการพิจารณาอันเป็นการผิดระเบียบ โจทก์ต้องยื่นคำคัดค้านก่อนมีคำพิพากษาแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันที่ทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านจนกระทั่งศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้วโจทก์จะมาอุทธรณ์ในภายหลังหาชอบไม่ ต้องถือว่าการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 27 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 17 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งหกสำนวนศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 6

โจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถส่งนักข่าว โจทก์ทั้งหกต้องขับรถในเวลาปกติระหว่างเวลา 7-15 นาฬิกาทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ หากจำเลยสั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานหลัง 15 นาฬิกาจนถึงเวลา 7 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นก็ให้ถือว่าในวันรุ่งขึ้นระหว่างเวลา7-15 นาฬิกา เป็นวันหยุดของโจทก์ทั้งหก ในระหว่างที่ทำงานจำเลยได้สั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานล่วงเวลาคิดเป็นเงินค่าล่วงเวลาที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ทั้งหกไม่น้อยกว่า1 เท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างปกติ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างเงินสะสมและเงินโบนัสแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 86,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี

นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ที่ 1 และชำระค่าล่วงเวลากับค่าล่วงเวลาในวันหยุดแก่โจทก์ทั้งหกจำนวน 365,400 บาท 291,336.35 บาท 333,836.80 บาท 436,800 บาท345,252.16 บาท และ 368,940 บาท ตามลำดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหกจำเลยทั้งหกสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถซึ่งเป็นงานขนส่งคิดค่าล่วงเวลาไม่ได้ จำเลยไม่เคยสั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานล่วงเวลาตามฟ้อง โจทก์ทั้งหกไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุด การทำงานของโจทก์ทั้งหกไม่เป็นการทำงานนอกเวลาปกติ โจทก์ทั้งหกจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลา สิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าล่วงเวลาขาดอายุความ

ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ในข้อ 2 ก. และ ข.ความว่า ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบางครั้งไม่มีผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างร่วมนั่งเป็นองค์คณะในการพิจารณาคดีและศาลแรงงานกลางสั่งให้เลื่อนการพิจารณาคดีแต่ละคราวเกิน 7 วันนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การนั่งพิจารณาคดีแรงงานนั้นศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กันเป็นองค์คณะพิจารณาและศาลแรงงานต้องนั่งพิจารณาคดีติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อนเว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่สำคัญและศาลแรงงานจะเลื่อนคดีครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน 7 วันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 17 และมาตรา 45วรรคสาม ดังนั้น ถ้าโจทก์ทั้งหกเห็นว่าศาลแรงงานกลางมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการพิจารณาคดีดังที่ได้อุทธรณ์อันเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ โจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่เสียหายจะต้องยื่นคำคัดค้านก่อนมีคำพิพากษาแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่วันที่โจทก์ทั้งหกได้ทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง

ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 หากข้อเท็จจริงปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกในฐานะคู่ความย่อมได้ทราบเรื่องการพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลแรงงานกลางตลอดมา ซึ่งโจทก์ทั้งหกควรจะคัดค้านเสียภายใน 8 วัน ตามบทกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งหกมิได้คัดค้านจนกระทั่งศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้วโจทก์ทั้งหกจะมาอุทธรณ์โต้แย้งในภายหลังหาชอบไม่ต้องถือว่าการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหกฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา สุทธิบดี · กมล เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4624/2540

รายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานในส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการแพทย์ซึ่งเกิดขึ้นจากการท้ากันระหว่างโจทก์จำเลย โดยตกลงกันกำหนดประเด็นเสนอศาลเพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็ว ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจดำเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1969/2534

การนั่งพิจารณาคดีแรงงาน ศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง และผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กัน เป็นองค์คณะพิจารณาตามมาตรา 17แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2751/2534

ศาลแรงงานมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์เพราะโจทก์และพยานไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง จึงถือว่า โจทก์ไม่มีพยานมาสืบ เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอสืบพยานโจทก์โดย อ้าง ว่าโจทก์ไม่จงใจขาดนัด ศาลแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12824/2558

ตามคำพิพากษาตามยอมจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องปฏิบัติชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 1 และโจทก์รับว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวครบถ้วนแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9590/2557

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยให้การว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาตัวการตัวแทนขายประกัน ไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน โจทก์จำเลยแถลงรับในรายงานกระบวนพิจารณาว่าโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้