Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยข้อหาร่วมกันบุกรุกข่มขืนกระทำชำเรา ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายดูตัวผู้ต้องหาผู้เสียหายยืนยันว่าจำเลยร่วมกับพวกบุกรุก ข่มขืนกระทำชำเรา และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย ชั้นสอบสวนผู้เสียหายให้การระบุพฤติการณ์ของจำเลยที่ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายไว้โดยชัดแจ้ง พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฐานข่มขืนกระทำชำเรา พรากผู้เยาว์ บุกรุก และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ดังนี้ เชื่อได้ว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ด้วยวาจาครั้งแรกได้แจ้งรายละเอียดในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราด้วย แต่พนักงานสอบสวนมิได้บันทึกไว้ เป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนเอง ถือได้ว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราแล้ว.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364, 365,318, 310, 276, 90, 91, 83 และขอให้เพิ่มโทษเนื่องจากจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกแล้วกลับมากระทำผิดอีกภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษ

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา276, 310, 318, 91, 83 เป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 6 ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำคุก 1 ปีฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 8 ปี รวมจำคุก 15 ปีคำให้การจำเลยชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรานั้นผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ปัญหาวินิจฉัยมีว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานข่มขืนกระทำชำเราด้วยหรือไม่ ตามบันทึกการมอบคดีความผิดต่อส่วนตัวเอกสารหมาย จ.7 ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2528 และในวันเดียวกันนั้นเอง เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมจำเลยข้อหาร่วมกันบุกรุกข่มขืนกระทำชำเรา ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.5 พนักงานสอบสวนให้ผู้เสียหายดูตัวผู้ต้องหา ผู้เสียหายยืนยันว่าจำเลยได้ร่วมกับพวกบุกรุกข่มขืนกระทำชำเรา และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย ตามบันทึกการดูตัวผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.6 เมื่อพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนผู้เสียหายและผู้ต้องหาในเวลาต่อมา

ผู้เสียหายให้การระบุพฤติการณ์ของจำเลยที่ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายไว้อย่างชัดแจ้ง ตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.8พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฐานข่มขืนกระทำชำเรา พรากผู้เยาว์บุกรุก และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เชื่อว่าผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ด้วยวาจาต่อพนักงานสอบสวนครั้งแรกโดยแจ้งรายละเอียดในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราด้วย แต่พนักงานสอบสวนมิได้บันทึกระบุข้อหาฐานข่มขืนกระทำชำเราลงไว้เห็นว่าเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนเอง ทั้งๆ ที่ก็ได้ทำการสอบสวนในข้อหาฐานข่มขืนกระทำชำเรามาพร้อมกันด้วย จึงถือได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราแล้วดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7), 123 ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยได้กระทำความผิดในข้อหานี้ด้วย และจำเลยมิได้แก้ฎีกามาเป็นอย่างอื่น จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา276 วรรคแรก ให้ลงโทษจำเลยในข้อหานี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2167/2528

บันทึกคำร้องทุกข์ของผู้เสียหายมีข้อความว่า จำเลยเข้ากอดปล้ำถอดเสื้อผ้าและพยายามข่มขืนกระทำชำเรา กับได้ทำร้ายผู้เสียหายแต่พนักงานสอบสวนบันทึกระบุข้อหาไว้ว่า ให้ดำเนินคดีในข้อหากระทำอนาจารเท่านั้น ไม่ระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4560/2558

แม้ในเบื้องต้นโจทก์ร่วมที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แต่หลังจากนั้นโจทก์ร่วมที่ 1 ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนพร้อมกับร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5799/2549

จำเลยและ ป. ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากบริษัท ร. ซึ่งโจทก์ร่วมเป็นกรรมการ เช็คพิพาททั้งสี่ฉบับแม้จะเป็นเช็คออกให้แก่ผู้ซื้อ แต่เป็นเช็คที่จำเลยและ ป. ร่วมกันออกเพื่อชำระหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่บริษัท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2544

หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมมีข้อความว่า โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ ร. จัดการแจ้งความเรื่องเช็คคืน โดยไม่ได้ระบุให้มีอำนาจแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลย จึงไม่ชัดแจ้งว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายมีเจตนาที่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3804/2540

ในการผลิตยาแผนโบราณตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 นอกจากผู้ผลิตจะต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาตตามมาตรา 46 วรรคหนึ่งแล้ว ยังต้องปรากฏว่ายาแผนโบราณที่จะผลิตนั้นต้องเป็นยาที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้ด้วย ต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้