Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานกลางฟังว่าผู้ร้องและบริษัทจำเลยเป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวพันอันเดียวกัน การจัดตั้งบริษัทจำเลยก็เพื่อเชิดบังหน้าต่อทางราชการและบุคคลภายนอก การดำเนินการของบริษัทจำเลยคือการดำเนินกิจการของผู้ร้อง จำเลยเป็นตัวแทนของผู้ร้อง โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจึงมีสิทธิยึดทรัพย์สินของผู้ร้องซึ่งเป็นตัวการได้ ดังนี้อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ว่าเมื่อฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว โจทก์ก็ไม่มีสิทธินำยึด การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นตัวแทนเชิดของผู้ร้องเป็นเรื่องนอกประเด็นนั้นผู้ร้องประสงค์ที่จะให้ศาลฎีการับฟังว่าผู้ร้องกับจำเลยมิได้ร่วมกันดำเนินกิจการดังกล่าวโจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดทรัพย์ของผู้ร้อง จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ป.วิ.พ. มาตรา 288

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนืองจากโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยยอมชำระเงินแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ขอให้ศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยหลายรายการ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้เสีย ขอให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องและจำเลยเป็นนิติบุคคลเดียวกันกรรมการของผู้ร้องและจำเลยเป็นคนเดียวกัน และจำเลยยังมิได้เลิกกิจการขอให้ยกคำร้อง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าผู้ร้อง จำเลย และบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่นจำกัด ต่างเป็นนิติบุคคลเกี่ยวพันกัด การตั้งบริษัทจำเลยและบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น จำกัด เพื่อเชิดบังหน้าและฉ้อฉลบุคคลภายนอก การดำเนินการของจำเลยและบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น ฯ เป็นการดำเนินกิจการของผู้ร้อง จำเลยเป็นตัวแทนของผู้ร้อง โจทก์จึงมีสิทธิยึดทรัพย์สินของผู้ร้องซึ่งเป็นตัวการได้ ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า คดีนี้มีประเด็นเพียงว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องหรือไม่ เมื่อศาลแรงงานกลางรับฟังว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดโดยไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไป การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นตัวแทนเชิดของผู้ร้องเป็นเรื่องนอกประเด็นซึ่งหากมีจริงก็ควรได้มีการหยิบยกขึ้นพิจารณาในสำนวนเดิม

พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์และผู้ร้องแล้วฟังว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้ร้อง บริษัทจำเลยและบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น จำกัด ต่างเป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวพันเป็นอันเดียวกัน การจัดตั้งบริษัทจำเลยและบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น จำกัด ก็เพื่อเป็นการเชิดบังหน้าและฉ้อฉลต่อทางราชการและบุคคลภายนอกการดำเนินการของบริษัทจำเลยและของบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น จำกัด ก็คือการดำเนินกิจการของผู้ร้องหรือแทนผู้ร้อง ดังนั้นอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงประสงค์ให้ศาลฎีการับฟังว่า ผู้ร้องกับจำเลยมิได้ร่วมกันดำเนินกิจการดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธนำยึดทรัยพ์ของผู้ร้องอันเป็นข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2530

ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ต่อศาลแรงงานกลาง คดีจึงเป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคดีแรงงาน การอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามวิธีที่ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54กล่าวไว้โดยเฉพาะ นั่นคือ จะกระทำได้ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2218/2526

ในคดีชั้นร้องขัดทรัพย์ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นทรัพย์สินของจำเลย การที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าทรัพย์สิน ตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่บริษัทจำเลยได้ขายให้แก่ บริษัท ร. ซึ่งมีผู้ร้องเป็นก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2567

การที่โจทก์และจำเลยทำบันทึกข้อตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อผ่อนปรนการชำระหนี้กันเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายกล่าวคือ โจทก์ได้รับการผ่อนเวลาชำระหนี้และไม่ต้องกังวลว่าจำเลยจะดำเนินการบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้