เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์ทั้งสองจะต้องฟ้องและได้ตัวจำเลยมายังศาลภายในกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันกระทำความผิดวันที่ 20 ธันวาคม2533 เป็นต้นไป คือโจทก์ทั้งสองต้องฟ้องและได้ตัวจำเลยมาศาลภายในวันที่ 20 ธันวาคม2538 แต่โจทก์ทั้งสองยังไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลภายในวันที่ 20 ธันวาคม 2538 คดีของโจทก์ทั้งสองจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ทั้งสองจึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 ขอให้จำหน่ายคดีและเพิกถอนหมายจับจำเลยโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านว่า คดีโจทก์ทั้งสองยังไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เพราะโจทก์ทั้งสองได้ฟ้องจำเลยภายในอายุความศาลได้ทำการไต่สวนและมีคำสั่งถึงที่สุดว่าคดีมีมูล และได้ออกหมายจับจำเลย
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ทั้งสองยังไม่ระงับไป เนื่องจากอายุความได้สะดุดหยุดอยู่นับตั้งแต่วันฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีโจทก์ทั้งสองขาดอายุความจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ย่อมมีผลเท่ากับว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ทั้งสอง จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฎีกาโจทก์ทั้งสอง