Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4712/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมีผลเท่ากับว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า โจทก์ทั้งสองไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ประทับฟ้องต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว เพราะจำเลยหลบหนีและให้ออกหมายจับจำเลยเพื่อนำตัวมาพิจารณาต่อไป ครั้นวันที่ 27 ธันวาคม 2538 จำเลยยื่นคำร้องว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองยื่นฟ้องจำเลยฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยโจทก์ทั้งสองบรรยายวันเวลาในการกระทำความผิดของจำเลยในคำฟ้องข้อ 2 ว่า "เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2533 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กองพิทักษ์ทรัพย์ (บังคับคดีล้มละลาย 1) กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม..." และจากคำให้การพยานโจทก์ทั้งสองในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ระบุวันที่จำเลยให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าวันที่ 20 ธันวาคม 2533 เช่นเดียวกันดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติว่า วันที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่า จำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานคือวันที่ 20 ธันวาคม 2533

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองจะต้องฟ้องและได้ตัวจำเลยมายังศาลภายในกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันกระทำความผิดวันที่ 20 ธันวาคม2533 เป็นต้นไป คือโจทก์ทั้งสองต้องฟ้องและได้ตัวจำเลยมาศาลภายในวันที่ 20 ธันวาคม2538 แต่โจทก์ทั้งสองยังไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลภายในวันที่ 20 ธันวาคม 2538 คดีของโจทก์ทั้งสองจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ทั้งสองจึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 ขอให้จำหน่ายคดีและเพิกถอนหมายจับจำเลยโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านว่า คดีโจทก์ทั้งสองยังไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เพราะโจทก์ทั้งสองได้ฟ้องจำเลยภายในอายุความศาลได้ทำการไต่สวนและมีคำสั่งถึงที่สุดว่าคดีมีมูล และได้ออกหมายจับจำเลย

สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ทั้งสองยังไม่ระงับไป เนื่องจากอายุความได้สะดุดหยุดอยู่นับตั้งแต่วันฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีโจทก์ทั้งสองขาดอายุความจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ย่อมมีผลเท่ากับว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ทั้งสอง จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

Result

พิพากษายกฎีกาโจทก์ทั้งสอง

Matter details

Panel of judges
เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สัญชัย สิงหลกะ · อำนวย หมวดเมือง
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

Supreme Court Judgment, B.E. 2563 (ref. 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

Supreme Court Judgment No. 8488/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ข้อห้ามมิให้ฎีกาเช่นว่านี้ ย่อมห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เว้นแต่ผู้พิพ…

Supreme Court Judgment No. 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up