Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4731/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ครอบครองทำกินในที่พิพาทตลอดมา โจทก์เคยบอกจำเลยว่าได้ซื้อที่พิพาทมาจากผู้อื่นจึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง กรณีถือได้ว่าโจทก์ได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังจำเลยว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทโดยสุจริตโดยครอบครองเพื่อตนแล้ว เมื่อเป็นเวลาเกินกว่า1 ปี และจำเลยไม่ได้ฟ้องเอาคืนภายในเวลาดังกล่าว ที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ 40 ปี มานี้นางสี สีหาบุญทอง มีที่ดิน 1 แปลง ปี 2515 นางสีได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ปี 2522 นางสีได้ยกที่ดินดังกล่าวให้นางจอม สีหาบุตรโต และได้จดทะเบียนโอนต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ปี 2523 นางจอมได้ขายที่ดินที่ได้รับการยกให้แก่โจทก์ในราคา 40,000 บาท โดยทำสัญญาและจดทะเบียนซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย และจำเลยทราบดีแต่ไม่ได้คัดค้าน นับแต่ซื้อโจทก์ได้ครอบครองที่ดินโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นเวลา 5 ปีเศษแล้ว ปี 2529จำเลยได้บุกรุกเข้ามาในที่ดินของโจทก์ โดยอ้างว่าเป็นมรดกของนางทองซึ่งตกทอดแก่จำเลย ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินเนื้อที่พิพาท ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์

ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องต่อไปจำเลยให้การว่า เดิมที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของนางสี และเมื่อปี 2515 นางสีได้โอนที่ดินให้นางทอง หลังจากนางทองถึงแก่กรรมแล้วมีนายวิชิต นายจันทร์ และนางสีเป็นผู้ครอบครองที่ดินแทนจำเลยและทายาทของนางทอง ปี 2521 นายวิชิตและนางสี โดยความรู้เห็นของโจทก์ ได้ร่วมกันฉ้อฉลกับเจ้าพนักงานที่ดิน ออก น.ส.3 ก.ให้นางสีและนางสีโอนที่ดินให้นางจอม และต่อมานางจอมโอนขายให้โจทก์โดยรู้อยู่แล้วว่านางจอมได้ที่ดินมาโดยการฉ้อฉล ที่ดินยังเป็นของนางทอง จำเลยไม่ได้เข้าไปโต้แย้งการครอบครองของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่า

จำเลยเป็นบุตรนางทองและนางทองเป็นบุตรนางสี เดิมที่ดิน 1 แปลงเนื้อที่ประมาณ 61 ไร่เป็นของนางสีและในวันเดียวกันนั้นเองนางสีได้ยกที่ดินให้นางทองนางทองถึงแก่กรรมเมื่อปี 2521 และในปีเดียวกันนั้นเองนางสีนำที่ดินแปลงที่กล่าวข้างต้นไปออก น.ส.3 ก. เป็นของนางสีเนื้อที่ 58 ไร่ 5 ตารางวา ปรากฏตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 3396 ต่อมานางสียกให้นางจอม เนื้อที่ 21 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา และหลังจากนั้นวันที่ 14 มีนาคม 2523 นางจอมขายให้โจทก์ซึ่งเป็นที่พิพาท วันที่29 สิงหาคม 2526 ทางราชการมีคำสั่งให้เพิกถอน น.ส.3 ก. คดีมีประเด็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลยแล้ววินิจฉัยต่อไปว่า"แม้นางสีจะขอให้ออก น.ส.3 ก. ตามเอกสารหมาย

จ.ล.2 โดยไม่ชอบแต่จำเลยก็ไม่ได้นำสืบให้สมตามคำให้การว่า โจทก์รู้เห็นในการกระทำดังกล่าวด้วย ดังนั้นแม้จะฟังได้ว่านางสีนำที่พิพาทซึ่งเป็นของนางทองมารดาจำเลยไปยกให้นางจอมโดยไม่มีสิทธิ และต่อมานางจอมได้จดทะเบียนโอนขายให้แก่โจทก์ ถือว่าโจทก์ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน ซึ่งเท่ากับโจทก์ครอบครองที่พิพาทแทนนางทองมารดาจำเลยก็ตาม แต่เมื่อจำเลยเบิกความตอบโจทก์รับว่าเมื่อปี 2524โจทก์บอกกับจำเลยว่าได้ซื้อที่พิพาท จึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ครอบครองทำกินที่พิพาทตลอดมาเช่นนี้ กรณีถือได้ว่าโจทก์ได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังจำเลยผู้เป็นทายาทของนางทองเจ้าของที่พิพาท

ผู้ถึงแก่กรรมว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทโดยสุจริต โดยครอบครองเพื่อตนแล้ว เมื่อฟังได้ว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 เป็นต้นมาซึ่งเป็นเวลาเกินกว่า1 ปี และจำเลยไม่ได้ฟ้องเอาคืน ซึ่งการครอบครองภายในเวลาดังกล่าวที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ที่พิพาทตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องต่อไป.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2558

แม้จำเลยชนะคดีในศาลชั้นต้นก็ตาม แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิที่จะตั้งประเด็นส่วนที่จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นมาในคำแก้อุทธรณ์ได้ ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5697/2553

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381 บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป แล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8486/2553

ที่ดินพิพาทซึ่งบริษัท ซ. ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่ เป็นที่ดินของรัฐที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งไม่เคยมีผู้ใดได้รับสิทธิในที่ดินตามกฎหมายมาก่อนตาม พ.ร.บ.แร่ฯ มาตรา 73 (3) ที่กำหนดมิให้ถือว่าการใช้ที่ดินของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9085/2547

การตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินระหว่างโจทก์กับเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดจำเลยที่ 1 เป็นสัญญาซึ่งคู่สัญญาต่างโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้กันและกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 518 อันมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน ซึ่งมาตรา 519 ระบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2546

ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินที่จำเลยขอรังวัดออกโฉนดที่ดินนั้น โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจาก ผ.ตั้งแต่ปี 2495 ต่อมาจำเลยได้ขอออกโฉนดที่ดินทับที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้