Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4749/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้องตำแหน่งซ่อมงาน แผนกบรรจุหีบห่อ และเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ร้องที่ให้ขนย้ายวัสดุอุปกรณ์และตรวจคุณภาพของผ้า แม้งานที่ผู้ร้องสั่งให้ทำไม่ใช่งานในหน้าที่ของผู้คัดค้านโดยตรง แต่เป็นงานที่ผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างอาจมอบหมายให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นลูกจ้างทำได้เป็นการพิเศษ การที่ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจึงเป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แต่ผู้ร้องไม่ได้กำหนดให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดวินัยร้ายแรง โทษทางวินัยของผู้ร้องมี 4 ขั้น คือภาคทัณฑ์ พักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ปลดออก และเลิกสัญญาจ้าง เมื่อความผิดทางวินัยของผู้คัดค้านไม่ถึงกับเป็นความผิดร้ายแรง จึงยังไม่มีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตให้เลิกจ้างผู้คัดค้านอันเป็นโทษขั้นสูงสุด แต่เห็นสมควรให้ผู้ร้องลงโทษภาคทัณฑ์ผู้คัดค้าน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านโดยไม่จ่ายค่าชดเชยนับแต่วันยื่นคำร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าคำสั่งลงโทษโดยมีหนังสือตักเตือนและหักค่าจ้างเบี้ยขยันเป็นคำสั่งไม่ชอบจึงได้ฟ้องผู้ร้องต่อศาลแรงงานกลาง ต่อมาศาลแรงงานกลางได้ไกล่เกลี่ยจนคดียุติแล้ว การที่ผู้ร้องนำกรณีเดิมมาร้องขอเลิกจ้างผู้คัดค้านจึงไม่ชอบ ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีคำสั่งให้ผู้คัดค้าน และพนักงานชายในแผนกบรรจุหีบห่อขนย้ายวัสดุอุปกรณ์โดยวันที่ 19 กันยายน 2548 ขนย้ายที่อาคารห้าชั้น วันที่ 22 กันยายน 2548 ขนย้ายสิ่งของจากแผนกไปเก็บที่ชั้นลอย และให้ไปตรวจสอบคุณภาพของผ้า ณ แผนกพัสดุ การที่ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยอ้างว่าป่วยและไม่ใช่หน้าที่ของตน หากผู้คัดค้านป่วยก็มีสิทธิลาป่วยได้ แต่ผู้คัดค้านยังคงทำงานย่อมแสดงว่าผู้คัดค้านทำงานได้ การที่ผู้คัดค้านอ้างว่าทำงานไม่ได้ ทำไม่ไหวและไม่ใช่หน้าที่ย่อมแสดงว่าผู้คัดค้านเกี่ยงเลือกงานไม่นำพาต่อคำสั่ง ทั้งการที่ได้รับคำสั่งให้ขนของแต่กลับมาทำงานซ่อมที่แผนกบรรจุหีบห่อ จึงเป็นการทำงานตามอำเภอใจตนเอง ย่อมทำให้ระบบการทำงาน ระบบการปกครองของผู้ร้องเสียหายได้ มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านกรรมการลูกจ้างได้ ส่วนคำขออื่นให้ยก

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางปรากฏว่าผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้ร้องที่ให้ช่วยขนย้ายวัสดุอุปกรณ์และตรวจคุณภาพของผ้า ซึ่งแม้การทำงานดังกล่าวจะไม่ใช่งานในหน้าที่โดยตรงของผู้คัดค้าน แต่ก็ถือได้ว่าเป็นงานที่นายจ้างอาจมอบหมายให้ลูกจ้างทำได้เป็นการพิเศษ การที่ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ร้องจึงเป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หมวดที่ 9 วินัยและโทษทางวินัย ข้อ 19 แต่การกระทำผิดวินัยดังกล่าวผู้ร้องก็มิได้กำหนดให้เป็นความผิดร้ายแรง โทษทางวินัยของผู้ร้องได้ระบุไว้ 4 ขั้น คือภาคทัณฑ์พักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ปลดออก และเลิกสัญญาจ้าง

การที่ผู้ร้องขอลงโทษผู้คัดค้านโดยขอเลิกจ้างหรือเลิกสัญญาจ้างอันเป็นโทษขั้นสูงสุดโดยที่ความผิดวินัยของผู้คัดค้านยังไม่ถึงกับเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นเลิกสัญญาจ้างนั้น จึงยังไม่มีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตได้ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา แต่เห็นสมควรให้ผู้ร้องจัดทำหนังสือระบุถึงความผิดและการลงโทษโดยภาคทัณฑ์ในความผิดที่เกิดขึ้น โดยมีเงื่อนไขระยะเวลาภาคทัณฑ์ไว้ 1 ปี ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ร้องลงโทษภาคทัณฑ์ผู้คัดค้านตามนัยข้างต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.6/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ9082/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ4539/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 666484)

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกนัดหยุดงานโดยชอบตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 34 แต่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวในการนัดหยุดงานนั้น ย่อมมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3872/2561

ในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต้องคำนึงว่ากรณีมีเหตุผลสมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ผู้คัดค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 624560)

โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจ้างกับจำเลยโดยมีระยะเวลาการทำงาน 10 เดือน เมื่อครบกำหนดระยะเวลาจำเลยจะจ่ายค่าชดเชยตามระยะเวลาการทำงานให้แก่โจทก์ทั้งสองและเรียกให้โจทก์ทั้งสองมาทำสัญญาจ้างแรงงานฉบับใหม่ สัญญาจ้างแ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 617216)

บทบัญญัติเรื่องการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการลูกจ้างมีบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 47 คือดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี มาตรา 48 บัญญัติว่า นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการลูกจ้างพ้นจากตำแห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้