คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าระหว่างที่โจทก์กับสามีมากรุงเทพฯ นางง้อมารดาสามีโจทก์ได้นำสิ่งของตามบัญชีท้ายฟ้องไป ยังมิทันได้พูดกันให้ตกลง สามีโจทก์วายชนม์ ต่อมานางง้อก็วายชนม์และได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ซึ่งรวมทั้งทรัพย์เหล่านี้ด้วยให้จำเลย จึงขอให้คืน จำเลยต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความและทรัพย์บางอย่างตามบัญชีไม่มีอยู่ที่จำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ส่วนทรัพย์มีอยู่ที่จำเลยเพียง ๘ สิ่งเป็นของโจทก์ไม่ใช่ของนางง้อ จึงพิพากษาให้จำเลยที่๑ คืนทรัพย์ ๘ สิ่งนี้ให้โจทก์ แต่ให้ยกฟ้องคดีส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่๒
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังเป็นยุตติมาแล้วว่าทรัพย์ที่พิพาทในคดีนี้เป็นของโจทก์ ไม่ใช่ของนางง้อ ที่โจทก์ฟ้องก็ฟ้องเรียกทรัพย์คืน จึงไม่ใช่เรื่องขอให้เพิกถอนพินัยกรรม ไม่มีประเด็นถึงอายุความตามมาตรา ๑๗๑๐ จึงให้ยกฎีกาจำเลย