Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4774/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อมีเหตุให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่2มีทรัพย์สินอื่นซึ่งโจทก์สามารถนำยึดมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้อยู่ภายในบ้านของจำเลยที่2ผู้แทนโจทก์ก็ควรขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา279วรรคสองโดยดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อค้นบ้านของจำเลยที่2และกระทำการใดๆตามสมควรเพื่อเปิดบ้านดังกล่าวซึ่งถ้ามีผู้ขัดขวางเจ้าพนักงานบังคับคดีก็สามารถจะร้องขอความช่วยเหลือจากพนักงานตำรวจเพื่อดำเนินการบังคับคดีจนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา279วรรคสามแต่ผู้แทนโจทก์ก็ไม่ได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการเช่นนั้นกลับแถลงขอยืนยันให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวของจำเลยที่2โดยแถลงว่าจำเลยที่2ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดนอกจากที่ดินและบ้านดังกล่าวการที่โจทก์โดยผู้แทนโจทก์นำยึดที่ดินและบ้านของจำเลยที่2เช่นนั้นจึงถือได้ว่าเป็นการที่โจทก์นำยึดทรัพย์สินของจำเลยที่2เกินกว่าที่จำเป็นแก่การบังคับคดีโจทก์จึงต้องรับผิดต่อจำเลยที่2ผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา284วรรคสองและต้องรับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีในการยึดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายในส่วนที่เกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่2ต้องรับผิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 28,938 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ปฎิบัติตามคำบังคับ นางสาวสุภัทรา คงเจริญ ผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน พร้อมบ้านซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวของจำเลยที่ 2 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยนางสาวสุภัทราแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดินและบ้านดังกล่าวเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาที่ดินเป็นเงิน 1,260,000 บาทและประเมินราคาบ้านเป็นเงิน 100,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น1,360,000 บาทจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินอื่นซึ่งมีราคาพอชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมอยู่ในที่ดินและบ้านเลขที่ดังกล่าวอย่างเปิดเผยเป็นจำนวนมาก แต่โจทก์ไม่ยอมนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินเหล่านั้นกลับนำยึดที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าว โดยทราบดีว่าทรัพย์ที่ยึดมีราคาเกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในคดีหลายสิบเท่าขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีและสั่งถอนการยึดทรัพย์โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าโจทก์ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2โดยสุจริตและมิได้ประมาทเลินเล่อ

ขอให้ยกคำร้องระหว่างไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 และโจทก์แถลงขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามเอกสารในสำนวนรวมทั้งภาพถ่ายและเอกสารที่จำเลยที่ 2 และโจทก์ส่งต่อศาลเท่านั้นโดยทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจสืบพยานต่อไปศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ถอนการบังคับคดีให้จำเลยที่ 2เสียค่าธรรมเนียมถอนการยึดทรัพย์ในราคาทรัพย์ที่ปลอดจำนองจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 เพียงข้อเดียวว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีราคาสูงกว่าจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสองจะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำนวนมาก

ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินอื่นซึ่งมีราคาพอแก่การที่จะบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ โจทก์จึงเป็นฝ่ายต้องชำระค่าธรรมเนียมถอนการยึดทรัพย์หรือไม่ในปัญหานี้ เมื่อได้ความว่าที่ดินและบ้านของจำเลยที่ 2 ซึ่งโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้นั้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด ได้รับจำนองไว้เป็นจำนวนเงินถึง 1,750,000บาท จึงน่าเชื่อว่าที่ดินและบ้านดังกล่าวของจำเลยที่ 2 มีราคาสูงกว่าที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ได้รับจำนองไว้ ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่าที่ดินและบ้านดังกล่าวของจำเลยที่ 2 มีราคาสูงกว่าที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประเมินไว้เป็นราคารวมทั้งสิ้นเพียง1,360,000 บาทมาก ที่ดินและบ้านของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงมีราคาสูงกว่าหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์หลายสิบเท่า ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินและบ้านดังกล่าวของจำเลยที่ 2 นั้น

ปรากฎจากสำเนารายงานเจ้าหน้าที่เอกสารหมาย ค.1 ว่าเมื่อผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยังที่ดินและบ้านของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวไม่พบจำเลยที่ 2 พบหญิงชราอยู่ในบ้าน ประตูหน้าบ้านปิดใส่กุญแจและมีสุนัขพันธุ์ต่างประเทศอยู่หลายตัว ผู้แทนโจทก์แถลงว่าไม่มีทรัพย์สินอื่นใดของจำเลยที่ 2นอกจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และยืนยันนำยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว จึงเห็นได้ว่าการยึดที่ดินและบ้านของจำเลยที่ 2 เกิดขึ้นจากการยืนยันของผู้แทนโจทก์ว่าไม่มีทรัพย์สินอื่นใดของจำเลยที่ 2 นอกจากที่ดินและบ้านดังกล่าว แต่กลับปรากฎจากภาพถ่ายหมาย ร.3 รวม 8 ภาพ ซึ่งเป็นภาพถ่ายบ้านของจำเลยที่ 2ที่ผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ว่า

บ้านดังกล่าวเป็นบ้านตึกสองชั้นขนาดใหญ่อยู่ในสภาพดีมีโรงรถซึ่งตามภาพถ่ายดังกล่าวปรากฏว่ามีรถยนต์จอดอยู่ถึง 3 คัน และที่ตัวบ้านดังกล่าวมีเครื่องปรับอากาศติดอยู่เห็นได้ชัด จำเลยที่ 2 เป็นหนี้ตามคำพิพากษาเป็นจำนวนเล็กน้อยเพียงไม่ถึง 60,000 บาท จึงมีเหตุให้เชื่อได้ว่าภายในบ้านของจำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินอื่นที่โจทก์สามารถนำยึดมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดที่ดินและบ้านดังกล่าวของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีราคามากกว่าหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์หลายสิบเท่า ซึ่งเมื่อมีเหตุให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินอื่นซึ่งโจทก์สามารถนำยึดมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้อยู่ภายในบ้านของจำเลยที่ 2 เช่นนั้นแล้วผู้แทนโจทก์ก็ควรจะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามมาตรา 279 วรรคสอง โดยดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อค้นบ้านของจำเลยที่ 2 และกระทำการใด

ๆ ตามสมควรเพื่อเปิดบ้านดังกล่าวซึ่งถ้ามีผู้ขัดขวางเจ้าพนักงานบังคับคดีก็สามารถจะร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อดำเนินการบังคับคดีจนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 279 วรรคสามแต่ผู้แทนโจทก์ก็ไม่ได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการเช่นนั้นกลับแถลงขอยืนยันให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวของจำเลยที่ 2 โดยแถลงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดนอกจากที่ดินและบ้านดังกล่าว การที่โจทก์โดยผู้แทนโจทก์นำยึดที่ดินและบ้านของจำเลยที่ 2 เช่นนั้น จึงถือได้ว่าเป็นการที่โจทก์นำยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 เกินกว่าที่จำเป็นแก่การบังคับคดีโจทก์จึงต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 ผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 284 วรรคสองและต้องรับผิดใช้ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีในการยึดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายในส่วนที่เกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์ ฎีกาของจำเลยที่ 2ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 เสียค่าธรรมเนียมถอนการยึดทรัพย์ตามจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 2 ต้องใช้ให้แก่โจทก์และให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมถอนการยึดทรัพย์ในส่วนที่เหลือทั้งหมด

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ก้าน อันนานนท์ · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15301/2558

การบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น เบื้องต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 284 กำหนดหลักการสำคัญไว้เพียงว่า เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้หรือศาลจะได้มีคำสั่งไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3099/2556

คดีนี้ จำเลยยื่นคำร้อง 2 ฉบับ คือคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ฉบับหนึ่ง และคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์อีกฉบับหนึ่ง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ และคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด (ที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15901/2553

เมื่อหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ หากทรัพย์สินดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในความรับผิดแห่งก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5138/2550

ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นรายเดือนจนกว่าจำเลยจะส่งมอบอาคารพาณิชย์พร้อมที่ดินตามฟ้องให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยยังไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษา หนี้ค่าเสียหายย่อมเพิ่มพูนขึ้นทุกเดือนและยังไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4660/2549

การคิดค่าธรรมเนียมของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ข้อ 3 ท้าย ป.วิ.พ. ระบุว่า เมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายให้เสียค่าธรรมเนียมร้อยละ 3 ครึ่งของราคาทรัพย์สินที่ยึดนั้น ค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้