Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4794/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 ทวิวรรคสามเป็นเพียงข้อกำหนดว่าอาจอุทธรณ์ได้ ถ้ามิได้อุทธรณ์ก็มิได้ตัดสิทธิในการฟ้องคดี เมื่อมีการอุทธรณ์แล้วแม้จะมิได้พิจารณาอุทธรณ์หรือพิจารณาไม่เสร็จก็มิได้ห้ามมิให้ฟ้องคดีฉะนั้นเมื่อมีการประเมินภาษีอากรอันจะพึงต้องเสียและแจ้งให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยไม่ชำระก็เป็นการโต้แย้งสิทธิและโจทก์มีอำนาจที่จะฟ้องคดีได้ทันที การที่จำเลยขอความเป็นธรรมต่อโจทก์ที่ 1 เกี่ยวกับการประเมินภาษีถือเป็นการอุทธรณ์การประเมินอากร ตาม พ.ร.บ. ศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 112 ทวิ วรรคสาม แต่ไม่ถือว่าเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 การประเมินภาษีอากรขาเข้าจะชอบหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าใด.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำเขากวางอ่อนติดกะโหลกจากเมืองฮ่องกงเข้ามาในราชอาณาจักร ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 ไม่พอใจราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงและขณะนั้นยังไม่อาจหาราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันมาเปรียบเทียบประเมินราคาในขณะนำเข้าได้ จึงให้จำเลยวางเงินประกันภาษีอากร เมื่อจำเลยชำระค่าภาษีอากรตามที่สำแดงและวางเงินประกันแล้ว ได้ตรวจปล่อยสินค้าให้จำเลยรับไป หลังจากนั้นเจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 ได้สอบถามราคาในท้องตลาดของสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันกับที่จำเลยนำเข้ากับกงสุลฝ่ายศุลกากรของประเทศไทยประจำเมืองฮ่องกง และได้รับแจ้งว่าเขากวางอ่อนติดกะโหลกมีราคาสูงกว่าที่จำเลยสำแดงราคาไว้

ภาษีอากรที่จำเลยเสียไว้จึงไม่ถูกต้องและยังชำระให้โจทก์ไม่ครบ เมื่อนำเงินประกันภาษีอากรที่จำเลยวางไว้หักออกแล้วจำเลยยังต้องชำระเงินให้กับโจทก์อีก รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 212,719.73บาท ขอศาลพิพากษาให้จำเลยชำระภาษีอากรตามฟ้องจำนวน 212,719.73 บาทแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้า 44,169.28 บาท และ 39,681.60บาท ตามลำดับ เป็นรายเดือนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าบัตรราคาที่โจทก์นำมาใช้ประเมินราคาเขากวางอ่อนติดกะโหลกที่จำเลยนำเข้ามาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนำราคาจากบัตรราคา ซึ่งสูงกว่าประมาณ 14 เท่ามาประเมิน

จำเลยได้อุทธรณ์ต่อโจทก์ภายในกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่โจทก์ไม่วินิจฉัยแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบัตรราคาที่โจทก์นำมาใช้ประเมินจะใช้ได้กับสินค้าที่นำเข้าหลังจากเดือนมีนาคม 2522 แต่จำเลยนำสินค้ารายพิพาทเข้ามาก่อนมีการทำบัตรราคาประมาณ 6 เดือน โจทก์นำบัตรราคามาใช้ย้อนหลังไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินประกันภาษีอากรไว้ได้ โจทก์ชอบที่จะต้องคืนเงินประกันดังกล่าวให้แก่จำเลยจำเลยจึงขอฟ้องแย้ง ขอศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงินคืนให้แก่จำเลยเป็นเงิน 51,264.78 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 29,500 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยโจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า

ราคาตามบัตรราคาได้มาจากการสืบราคาของกงสุลฝ่ายศุลกากรประจำเมืองฮ่องกงในระยะเวลาใกล้เคียงกับที่จำเลยนำสินค้ารายพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักร ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด การประเมินและจัดเก็บภาษีอากรของโจทก์ชอบแล้ว ขอศาลพิพากษายกฟ้องแย้งศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระภาษีอากรจำนวน 212,719.73บาท และเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้า 44,169.28 บาท และ 39,681.60 บาท ตามลำดับเป็นรายเดือนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 2 และ 6พฤศจิกายน 2521 จำเลยได้นำสินค้าคือเขากวางอ่อนติดกะโหลกเข้ามาในราชอาณาจักร

สินค้านี้มีแหล่งกำเนิดจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนแต่จำเลยซื้อจากเมืองฮ่องกง และได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเลขที่ 111-0572 และเลขที่ 111-0433 สำแดงน้ำหนัก17.51 กิโลกรัม และ 16.97 กิโลกรัม ราคา 56,124.23 บาท และ54,402.98 บาท ขอเสียภาษีอากร 18,146.84 บาท และ 17,590.29 บาทตามลำดับ เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 ให้จำเลยชำระค่าภาษีอากรตามที่สำแดงและให้จำเลยวางเงินประกัน 15,200 บาท และ 14,300 บาท จึงตรวจปล่อยสินค้าให้จำเลยรับไปเมื่อวันที่ 3 และ 8 พฤศจิกายน 2521 ตามลำดับ ต่อมาเจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 ได้ประเมินราคาสินค้าที่จำเลยนำเข้าสูงขึ้นคิดเป็นภาษีอากรที่จำเลยจะต้องชำระเพิ่มตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเลขที่ 111-0572 และเลขที่ 111-0433จำนวน 47,561.89 บาท และ 42,866.48 บาท ตามลำดับ

เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 ได้ส่งแบบแจ้งการประเมินอากรขาเข้าและภาษีการค้าให้จำเลยแล้ว จำเลยได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อโจทก์ที่ 1 เกี่ยวกับการถูกประเมินภาษีอากรภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469มาตรา 112 ทวิ วรรคสาม กำหนดไว้ว่า ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกอาจอุทธรณ์การประเมินอากรต่ออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายได้ บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงข้อกำหนดว่าอาจอุทธรณ์ได้ ถ้าไม่อุทธรณ์ก็มิได้ตัดสิทธิในการฟ้องคดีแต่อย่างใด เมื่อมีการอุทธรณ์แล้วแม้จะมิได้พิจารณาอุทธรณ์หรือพิจารณาไม่เสร็จก็มิได้ห้ามมิให้ฟ้องคดี เมื่อมีการประเมินเงินภาษีอากรอันจะพึงต้องเสียและแจ้งให้จำเลยทราบ

จำเลยไม่ชำระก็เป็นการโต้แย้งสิทธิและโจทก์มีอำนาจที่จะฟ้องได้ทันที ที่จำเลยอ้างว่า เมื่อมีการอุทธรณ์อยู่ ยังไม่มีการโต้แย้งสิทธิ ไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 30(2) แห่งประมวลรัษฎากรและอ้างฎีกามาประกอบด้วยนั้น เห็นว่า ตามข้ออ้างของจำเลยเป็นเรื่องภาษีตามประมวลรัษฎากร แต่คดีนี้จำเลยขอความเป็นธรรมต่อโจทก์ที่ 1 เกี่ยวกับการประเมินภาษี ถือเป็นอุทธรณ์การประเมินอากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 ทวิ วรรคสาม ไม่ถือว่าเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านการประเมินภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 เพราะไม่มีกฎหมายใดสนับสนุนให้อุทธรณ์การประเมินต่อโจทก์ที่ 1 แทนได้

ทั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็เป็นหน่วยงานที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ต่างหาก จึงจะอนุโลมถือว่าเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านการประเมินภาษีการค้ากับภาษีบำรุงเทศบาลแล้วหาได้ไม่ ต้องถือว่าในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล จำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านตามประมวลรัษฎากร ฉะนั้น การที่จำเลยใช้สิทธิอุทธรณ์ดังกล่าวแม้โจทก์จะไม่ได้วินิจฉัยหรือวินิจฉัยไม่เสร็จ แต่จำเลยไม่ได้ชำระภาษีอากรตามที่ประเมินย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องอุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาว่า การประเมินภาษีอากรชอบหรือไม่ และจำเลยมีสิทธิเรียกเงินประกันคืนหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ประเมินราคาตามที่ได้สอบถามไปยังกงสุลฝ่ายศุลกากรประจำสถานกงสุลใหญ่

ณ เมืองฮ่องกง เป็นการแสวงหาราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เพื่อเรียกเก็บภาษีอากรเกี่ยวกับสินค้าเขากวางอ่อนติดกะโหลก และได้เริ่มกระทำการสอบถามราคาในขณะที่เจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 สงสัยในราคาสินค้าที่จำเลยนำเข้า เป็นการสอบหาราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันในเวลาที่จำเลยนำของเข้า โดยได้ทำการสอบราคาจากร้านสรรพสินค้าของสาธารณรัฐประชาชนจีน 3 ร้าน และร้านขายเครื่องยาจีนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร 4 ร้าน แล้วเฉลี่ยราคาเพื่อความเป็นธรรม จากนั้นจึงลดราคาเป็นการขายส่งอีกร้อยละ 20 คิดเป็นราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3,179.74เหรียญฮ่องกง แต่ได้มีการปัดเศษ ราคาตามบัตรราคาจึงเป็นกิโลกรัมละ3,180 เหรียญฮ่องกง

รายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมาย จ.20 เอกสารฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2522 ซึ่งห่างจากวันที่จำเลยนำสินค้าเข้าประมาณ 2 เดือน ส่วนจำเลยจะนำสืบว่าเขากวางอ่อนติดกะโหลกจะมีราคาแพงกว่าที่ติดกะโหลก แต่ราคาสินค้าที่จำเลยนำสืบมานั้นมิได้แสดงให้เห็นว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เป็นเพียงราคาสินค้าที่นำเข้าขณะเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ตรวจแล้วพอใจ จึงปล่อยสินค้าให้ผู้นำเข้าไปหรือบางรายถ้ามีการวางเงินประกันก็ให้คืนเงินประกันไม่ และโดยเฉพาะรายการที่บริษัทฮั่วฮง จำกัด สั่งเข้ามาเป็นเวลาหลังจากที่จำเลยนำเข้าคดีนี้ประมาณ 3 ปี จะนำมาเปรียบเทียบกับราคาสินค้าของจำเลยแล้วถือเป็นราคาตามท้องตลาดอันแท้จริงสำหรับการนำเข้ารายนี้ ย่อมไม่ถูกต้อง พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าราคาที่เจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ประเมินภาษีอากรจากจำเลยเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด การประเมินดังกล่าวชอบแล้ว จำเลยต้องรับผิดชำระภาษีอากรเพิ่ม จึงไม่มีสิทธิจะเรียกเงินประกันคืนพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · เดชา สุวรรณโณ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 631/2541

กรณีของโจทก์เป็นเรื่องพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรจำเลยไม่พอใจราคาสินค้าที่โจทก์สำแดง จึงให้โจทก์ชำระอากรตามสำแดงและให้วางเงินประกันค่าอากรอีกส่วนหนึ่ง ได้มีการส่งมอบสินค้าให้โจทก์รับไปแล้วต่อมาพนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2537

ราคาของที่นำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีอากรนั้นต้องคิดจากราคาสินค้ารวมกับค่าประกันภัยและค่าระวาง เรียกว่า ราคาซี.ไอ.เอฟ. ที่โจทก์อ้างว่าโต้แย้งเฉพาะค่าขนส่งก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับราคาของ เมื่อโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4356/2536

โจทก์นำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นเที่ยวแรกและเที่ยวที่สองเรียกว่าคอมเบิลเพลทส่วนเที่ยวที่สามเรียกว่ารีรอยเลเบิล สต๊อก เพลทเป็นสินค้าที่มีลักษณะแตกต่างกันจึงควรมีราคาไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาแท้จริงในท้องตลาดจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2536

กรมการศุลกากรจำเลยได้รับมอบหมายจากกรมสรรพากรให้เรียกเก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล การที่จำเลยเรียกเก็บเกินจากโจทก์โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกส่วนที่เกินคืนได้โดยไม่ต้องฟ้องกรมสรรพากรด้วย และไม่ใช่เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11002/2554

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7(1) และมาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้