Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4929/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 60 วรรคสอง ที่ห้ามมิให้ผู้รับมอบอำนาจว่าความอย่างทนายความเพื่อป้องกันมิให้บุคคลภายนอกอันมิได้มีอาชีพเป็นทนายความมาว่าความในศาลอย่างทนายความ แต่กรณีที่ผู้รับมอบอำนาจมีอาชีพเป็นทนายความและมีสิทธิว่าความในศาลได้อยู่แล้ว หากประสงค์จะว่าความอย่างทนายความก็ชอบที่จะแต่งตั้งตนเองเป็นทนายความได้ตามมาตรา 61 และ 62 เมื่อ ย. ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องจำเลยมีอาชีพทนายความ ย. ย่อมมีสิทธิที่จะตั้งแต่งตนเองเป็นทนายความอีกฐานะหนึ่งได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 60 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,942,814.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,857,250.64 บาท นับแต่วันที่ 8 มกราคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ให้ยึดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 398 (ที่ถูก เลขที่ 393) ตำบลดอกไม้ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ของจำเลยที่ 2 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้จำนวนเงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท

จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่การสืบพยานโจทก์ปากอื่นซึ่งเบิกความหลังพยานโจทก์ปากนายยุทธนา รังษีกาญจน์ส่อง แล้วพิพากษาคดีใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด โจทก์โดยนายโอฬาร ไชยประวัติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ได้มอบหมายให้นายยิ่งศักดิ์ ตันตินุชวงศ์ เป็นผู้ดำเนินการฟ้องคดีแทน กับให้นายยิ่งศักดิ์มีอำนาจตั้งทนายความหรือตั้งพนักงานธนาคารเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วง และให้ผู้รับมอบอำนาจช่วงดังกล่าวมีอำนาจตั้งทนายความหรือตั้งพนักงานธนาคารเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงได้ตามหนังสือรับรองและหนังสือรับมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 นายยิ่งศักดิ์ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายยุทธนา รังษีกาญจน์ส่อง พนักงานธนาคารโจทก์เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.3 ปรากฏว่านายยุทธนาได้ตั้งแต่งตนเองเป็นทนายความและว่าความอย่างทนายความในการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้น

คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า นายยุทธนามีอำนาจว่าความอย่างทนายความได้หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความหรือผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้แทนดังที่ได้กล่าวมาแล้วทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้แทนตนในคดี ผู้รับมอบอำนาจเช่นว่านั้นจะว่าความอย่างทนายความไม่ได้ แต่ย่อมตั้งทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาได้" นั้น หมายถึง ห้ามมิให้ผู้รับมอบอำนาจว่าความอย่างทนายความ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลภายนอกอันมิได้มีอาชีพเป็นทนายความมาว่าความดำเนินคดีในศาลอย่างทนายความ โดยถือเอาการรับมอบอำนาจจากตัวความมาเป็นข้ออ้างซึ่งอาจทำความเสียหายให้แก่ตัวความได้ แต่ในกรณีที่ผู้รับมอบอำนาจมีอาชีพเป็นทนายความและมีสิทธิว่าความในศาลได้อยู่แล้ว

หากผู้รับมอบอำนาจนั้นประสงค์จะว่าความอย่างทนายความก็ชอบที่จะแต่งตั้งตนเองเป็นทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 61 และ 62 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามใบแต่งทนายความโจทก์ ฉบับลงวันที่ 22 กันยายน 2541 ว่า นายยุทธนาเป็นทนายความได้รับใบอนุญาตให้ว่าความโดยถูกต้อง และหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 ระบุว่าให้นายยิ่งศักดิ์และนายยุทธนามีอำนาจฟ้องคดีแพ่งแทนโจทก์ รวมทั้งมีอำนาจตั้งทนายความ จึงเป็นการมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจช่วงฟ้องคดีแทนแล้ว แม้ไม่ได้ระบุตัวบุคคลที่จะให้ฟ้องไว้โดยเฉพาะเจาะจงดังที่จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมแก้ฎีกาก็ตาม นายยุทธนาก็มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมแทนโจทก์ได้

ส่วนคำแก้ฎีกาของจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมในข้อที่ว่ามีการมอบอำนาจช่วงตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.3 ก่อน แต่ยังไม่มีการมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 หนังสือมอบอำนาจช่วงเอกสารหมาย จ.3 จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์นั้น เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เมื่อนายยุทธนามีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมแทนโจทก์ และนายยุทธนาเป็นทนายความมีสิทธิว่าความในศาลได้อยู่แล้ว ดังนี้ นายยุทธนาย่อมมีสิทธิที่จะตั้งแต่งตนเองเป็นทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาและว่าความอย่างทนายความแทนโจทก์อีกฐานะหนึ่งได้ หาเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วม จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาพิพากษาคดีนี้ใหม่เพื่อเป็นไปตามลำดับชั้นศาล"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรวัตร อิศราภรณ์ · ศิริชัย จิระบุญศรี · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2567

ตามระเบียบของผู้ร้องกำหนดให้การลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหรือแต่งตั้งทนายความ ต้องประทับตราผู้ร้อง และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้องมีมติมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2563

โจทก์จัดทำหนังสือมอบอำนาจในวันเดียวกันหลายฉบับ แต่โจทก์แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจมาท้ายฟ้องคดีนี้ผิดพลาดอันถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไป เมื่อโจทก์ขอแก้ฟ้องก่อนลงมือสืบพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2512/2557

ตามหนังสือมอบอำนาจ โจทก์มอบอำนาจให้ อ. ดำเนินคดีแทนโจทก์ โดยระบุให้ อ. มีอำนาจทำการแทนโจทก์ในกิจการต่างๆ รวม 10 ข้อ โดยเฉพาะข้อ 10 ระบุว่า ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วง และให้ผู้รับม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8404/2556

การที่คู่ความแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 เป็นการตั้งตัวแทนตาม ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ทนายจำเลยที่ 1 ยังมีอำนาจแล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้