Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4948/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์นำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าพนักงานกรมศุลกากรได้ประเมินอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล และในรายการที่สำแดงภาษีอากรมียอดเงินสำหรับอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแยกกันแต่ละรายการ ย่อมถือได้ว่ามีการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล โดยเจ้าพนักงานประเมินตามประมวลรัษฎากรแล้ว หากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องอย่างไรก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรเสียก่อน การที่โจทก์อุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการกองวิเคราะห์ราคา กรมศุลกากร มิใช่เป็นการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล โจทก์ซื้อสินค้าพิพาทจากบริษัทผู้ขายในต่างประเทศในราคาต่ำกว่าที่โจทก์เคยซื้อและสำแดงราคาในการนำเข้าครั้งก่อนเพราะผู้ขายซื้อจากผู้ผลิตได้ในราคาต่ำลง แต่เป็นการขายสินค้าในราคาปกติทั่วไป เพื่อจะให้ลูกค้าสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ มิใช่ลดหย่อนให้แก่โจทก์โดยเฉพาะเพียงรายเดียว แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่การนำเข้าในครั้งก่อน ราคาของประเภทและชนิดเดียวกันก็มีราคาลดลงได้ อีกทั้งปรากฏด้วยว่าเมื่อโจทก์นำสินค้าชนิดเดียวกันเข้ามาในราชอาณาจักรภายหลังกรณีพิพาทนี้ จำเลยก็ได้ยอมรับราคาที่ลดต่ำลงดังที่โจทก์สำแดงด้วย ยิ่งสนับสนุนให้เห็นว่า จำเลยได้ยอมรับว่าสินค้าพิพาทมีราคาอันแท้จริงในท้องตลาดลดต่ำลง และฝ่ายจำเลยก็มิได้นำสืบให้เห็นว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเป็นเท่าใด เพียงแต่อาศัยราคาที่โจทก์เคยนำเข้าในครั้งก่อนภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน มาเป็นเกณฑ์ประเมินราคาเท่านั้น จึงถือได้ว่าราคาสินค้าพิพาทที่ต่ำลงตามที่โจทก์สำแดงนั้นเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 30 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 2 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ถึงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๓๐โจทก์ได้ซื้อวิทยุตามตัวพร้อมอุปกรณ์ครบชุด ยี่ห้อโมโตโรล่า โมเดล เอ.๐๔ พี.จี.บี. ๔๖๖๑ บี.พี.อาร์.๒๐๐๐ จากประเทศสหรัฐอเมริกา และนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ในราคาชุดละ ๑๖๔ เหรียญ-สหรัฐอเมริกา เอฟ.โอ.บี. ตามบัญชีราคาสินค้าที่ซื้อขายรวม ๑๒ เที่ยว และใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ารวม ๑๒ ฉบับ โดยสำแดงราคาตามที่ซื้อมาจริง แต่เจ้าพนักงานของจำเลยไม่พอใจราคาสินค้าตามที่โจทก์สำแดง ได้สั่งให้โจทก์เพิ่มราคาและคำนวณเงินค่าภาษีอากรจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเรียกเก็บเงินจากโจทก์เกินไปทั้งสิ้น ๘๔๑,๓๗๔ บาท โจทก์ยอมเพิ่มราคาและชำระค่าภาษีอากรตามจำนวนที่เจ้าพนักงานจำเลยกำหนดเพื่อนำสินค้าออกไปจากอารักขาของกรมศุลกากรแต่ได้โต้แย้งสงวนสิทธิอุทธรณ์ไว้ด้านหลังใบขนสินค้าทุกฉบับ และต่อมาโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อกองวิเคราะห์ราคา

กรมศุลกากร ต่อมาวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๓๑ จำเลยได้แจ้งผลการอุทธรณ์การประเมินอากรให้โจทก์ทราบว่า เจ้าพนักงานจำเลยได้ประเมินราคาชอบแล้ว โจทก์ซื้อสินค้าจากประเทศผู้ผลิตโดยตรง ราคาสินค้าที่โจทก์ซื้อมาและสำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าทุกฉบับเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด การที่จำเลยใช้ราคาสินค้าเก่าซึ่งโจทก์เคยนำเข้ามาเมื่อปี ๒๔๒๙มาเป็นเกณฑ์เพิ่มราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้ามารายพิพาท จึงมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ขอให้พิพากษาว่าการประเมินของจำเลยไม่ชอบและเพิกถอนการประเมินดังกล่าว กับให้จำเลยคืนเงิน๘๔๑,๓๗๔ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุโจทก์เคยนำสินค้าเช่นเดียวกับสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรไทยรวม ๘ ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๓๐ โจทก์สำแดงราคาทั้ง๘ ครั้งในราคา เอฟ.โอ.บี.ชุดละ ๑๙๕ เหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งเจ้าพนักงานจำเลยก็พอใจราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงดังกล่าว แต่ต่อมาวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๓๐ โจทก์นำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรไทยกลับสำแดงราคา เอฟ.โอ.บี.ชุดละ ๑๖๔ เหรียญสหรัฐอเมริกา แตกต่างจากการนำเข้าครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๓๐ โดยราคา เอฟ.โอ.บี.ลดลงถึงชุดละ ๓๑ เหรียญ-สหรัฐอเมริกา ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาห่างกันเพียง ๒๗ วันเท่านั้น สินค้าพิพาทตามใบขนสินค้าทั้ง ๑๒ ฉบับในคดีนี้ โจทก์สั่งซื้อในคราวเดียวกัน

เพียงแต่ได้แยกการนำเข้า ซึ่งหากจะพิจารณาถึงปริมาณการนำเข้า ก็ปรากฏว่าในครั้งก่อน ๆ โจทก์ก็เคยนำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้นปริมาณของสินค้าจึงไม่มีผลต่อราคา และสินค้าพิพาทก็ไม่ใช่สินค้าที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงราคารวดเร็ว ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงในคดีนี้ได้ลดลงถึง ๑๕.๙๐ เปอร์เซ็นต์ จึงมิใช่เป็นการปรับราคาตามปกติวิสัย ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงตามบัญชีราคาสินค้า จึงมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดราคาสินคาที่จำเลยใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาคือราคาสินค้าที่โจทก์เคยนำเข้ามาในเดือนเมษายน๒๕๓๐ ซึ่งโจทก์ได้สำแดงราคา เอฟ.โอ.บี.ชุดละ ๑๙๕ เหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระยะเวลาที่โจทก์นำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตามใบขนสินค้าขาเข้าทั้ง ๑๒ ฉบับในคดีนี้ระยะเวลาห่างกันเพียง ๑ - ๕ เดือนเท่านั้น จึงเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด

โจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ทบทวนผลการพิจารณาการอุทธรณ์ราคาในคดีนี้เมื่อพ้นกำหนดเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่โจทก์ได้รับแจ้งผลการอุทธรณ์การประเมินราคา โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดี อันเป็นการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ประเมินเพิ่มขึ้น ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยตามฟ้องเกี่ยวกับอากรขาเข้า โดยให้ถือราคาชุดละ ๑๖๔ เหรียญสหรัฐอเมริกาตามฟ้อง ส่วนการประเมินเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลให้ยกฟ้องโจทก์ โดยให้เป็นไปตามที่จำเลยได้ประเมินไว้ ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของยอดเงินที่ต้องชำระคืนแก่โจทก์ นับแต่วันที่โจทก์ได้ชำระเงินแก่จำเลยตามใบขนสินค้าขาเข้าแต่ละฉบับเป็นต้นไป โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าสินค้าของโจทก์รายนี้เจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินตามกฎหมายศุลกากร มิใช่เป็นการประเมินตามประมวลรัษฎากรโจทก์ไม่จำต้องอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร เพียงแต่โจทก์อุทธรณ์ต่อกรมศุลกากร โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง นั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์นำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล และในรายการที่สำแดงภาษีอากรก็มียอดเงินอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลแยกกันแต่ละรายการ ย่อมถือได้ว่ามีการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลโดยเจ้าพนักงานประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๗ (๒) แล้ว หากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องอย่างไรก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรเสียก่อน

การที่โจทก์อุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการกองวิเคราะห์ราคา กรมศุลกากร ขอให้พิจารณารับราคาสินค้าตามที่โจทก์นำเข้ามิใช่เป็นการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อศาล ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า การประเมินของเจ้าพนักงานจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าพิพาทเป็นจำนวนเท่าใด โจทก์ถือตามราคาที่ซื้อมาชุดละ ๑๖๔ เหรียญสหรัฐอเมริกา จำเลยโต้แย้งว่าโจทก์เคยซื้อมาในราคาชุดละ ๑๙๕ เหรียญสหรัฐอเมริกา ในครั้งนี้โจทก์นำเข้าห่างจากครั้งก่อนไม่ถึงหนึ่งเดือน และราคาสินค้ามิได้ลดลงอย่างรวดเร็ว

โจทก์มีนายสุธี ศุภวัฒนกุล และร้อยตรีแปลง คำเมือง เบิกความประกอบเอกสารหมาย จ.๒๓ ว่า บริษัทผู้ขายได้ขายสินค้าพิพาทราคาต่ำลง เพราะผู้ขายซื้อจากผู้ผลิตได้ในราคาต่ำลง และเพื่อให้ลูกค้าสามารถแข่งขันกับราคาของผู้อื่นได้ บริษัทแปซิฟิค เทเลซีสอินเตอร์เนชั่นแนล มีสาขาอยู่ทั่วโลก และเป็นผู้ได้รับสิทธิในการจำหน่ายวิทยุตามตัวสินค้าพิพาทจากผู้ผลิตแต่ผู้เดียว เห็นได้ว่าการซื้อขายรายนี้โจทก์ซื้อมาในราคาชุดละ ๑๖๔ เหรียญสหรัฐอเมริกาบริษัทผู้ขายได้ขายต่ำกว่าราคาที่เคยขายเดิม แต่เป็นการขายสินค้าในราคาปกติทั่วไปเพื่อจะให้ลูกค้าสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ มิใช่ลดหย่อนราคาให้แก่โจทก์โดยเฉพาะเพียงรายเดียว แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่การนำเข้าในครั้งก่อน

ราคาของประเภทและชนิดเดียวกันก็มีราคาลดลงได้ นอกจากนี้ยังปรากฏว่า เมื่อโจทก์นำสินค้าชนิดเดียวกันเข้ามาในราชอาณาจักรตามใบขนสินค้าเอกสารหมาย จ.๒๔ จ.๒๕ และ จ.๒๖ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๕ พฤศจิกายน และ ๑๖ พฤศจิกายน๒๕๓๐ ตามลำดับ อันเป็นเวลาภายหลังกรณีพิพาทนี้ ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์ราคากรมศุลกากรจำเลยก็ได้ยอมรับราคาชุดละ ๑๖๔ เหรียญสหรัฐอเมริกา ตามที่โจทก์สำแดงด้วย ตามหนังสือแจ้งผลอุทธรณ์การประเมินเอกสารหมาย จ.๒๗ ยิ่งสนับสนุนให้เห็นว่า จำเลยได้ยอมรับว่าสินค้าพิพาทที่โจทก์นำเข้ามีราคาอันแท้จริงในท้องตลาดลดลง ฝ่ายจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าพิพาทเป็นราคาเท่าใด คงเพียงแต่อาศัยราคาที่โจทก์เคยนำเข้าในครั้งก่อนและเป็นเวลาห่างจากที่โจทก์นำเข้าในคดีนี้ไม่เกิน ๖ เดือน

มาเป็นเกณฑ์ประเมินราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเท่านั้น พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่า สินค้าพิพาทมีราคาอันแท้จริงในท้องตลาดชุดละ ๑๖๔ เหรียญสหรัฐอเมริกา การที่เจ้าพนักงานจำเลยประเมินราคาเพิ่มขึ้นเป็นชุดละ ๑๙๕ เหรียญสหรัฐอเมริกา จึงเป็นการไม่ชอบ แต่ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของยอดเงินที่ต้องชำระคืนแก่โจทก์ นับแต่วันที่โจทก์ได้ชำระเงินแก่จำเลยตามใบขนสินค้าขาเข้าแต่ละฉบับเป็นต้นไป โดยมิได้ระบุว่าให้ใช้จนถึงเมื่อใด และมิได้มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ในปัญหานี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องโดยให้จำเลยชำระดอกเบี้ยเช่นว่านั้น จนกว่าจะชำระเงินที่ต้องคืนให้แก่โจทก์เสร็จ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน แต่ดอกเบี้ยของยอดเงินที่ต้องชำระคืนโจทก์นั้น ให้จำเลยชำระจนกว่าจะชำระเงินที่ต้องคืนให้แก่โจทก์เสร็จ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · เดชา สุวรรณโณ · ตัน เวทไว
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายวิชา มั่นสกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5157/2537

เมื่อโจทก์นำของเข้าในราชอาณาจักร โจทก์ต้องสำแดงราคาสินค้าเพื่อเสียภาษีอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเห็นว่าโจทก์สำแดงราคาสินค้าไม่ถูกต้องจึงสั่งให้โจทก์เพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2537

ราคาของที่นำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีอากรนั้นต้องคิดจากราคาสินค้ารวมกับค่าประกันภัยและค่าระวาง เรียกว่า ราคาซี.ไอ.เอฟ. ที่โจทก์อ้างว่าโต้แย้งเฉพาะค่าขนส่งก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับราคาของ เมื่อโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2536

กรมการศุลกากรจำเลยได้รับมอบหมายจากกรมสรรพากรให้เรียกเก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล การที่จำเลยเรียกเก็บเกินจากโจทก์โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกส่วนที่เกินคืนได้โดยไม่ต้องฟ้องกรมสรรพากรด้วย และไม่ใช่เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4794/2533

พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 ทวิวรรคสามเป็นเพียงข้อกำหนดว่าอาจอุทธรณ์ได้ ถ้ามิได้อุทธรณ์ก็มิได้ตัดสิทธิในการฟ้องคดี เมื่อมีการอุทธรณ์แล้วแม้จะมิได้พิจารณาอุทธรณ์หรือพิจารณาไม่เสร็จก็มิได้ห้ามมิใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3273/2532

การประเมินราคาอะไหล่รถยนต์ซึ่งเป็นของเทียม โดยวิธีลดราคาลงจากราคาของแท้ของรถรุ่นเดียวกันที่มีเมืองกำเนิดญี่ปุ่นร้อยละสามสิบเจ็ดตามคำสั่งกองประเมินอากรที่ 14/2520 นั้น จะต้องเป็นอะไหล่ของรถรุ่นเดียวกัน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้