Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5024/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นลูกจ้างของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทำหน้าที่เป็นพนักงานสินเชื่อประจำสาขาจังหวัดชุมพร เมื่อผู้จัดการสาขาชุมพร อนุญาตให้พนักงานธนาคารฝึกซ้อมกีฬาโดยถือเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร และตามระเบียบของธนาคารฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคารยังกำหนดว่าการฝึกซ้อมกีฬาและการแข่งขันกีฬาให้ถือเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร โจทก์ประสบอันตรายขณะฝึกซ้อมกีฬา จึงถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินทดแทนให้โจทก์ การกำหนดประเภทกิจการของนายจ้างก็เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบ การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ (ฉบับที่ 2 ) ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2517เท่านั้น หาใช่เป็นการจำกัดว่าลูกจ้างจะต้องประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานตามประเภทของกิจการของนายจ้างจึงจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนไม่ โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้พอให้เข้าใจแล้วว่า ค่าพาหนะเดินทางจากโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ไปโรงพยาบาลมิชชั่นที่โจทก์ต้องเสียไปคือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจ การรักษา การพยาบาลและการอื่นที่จำเป็นอันเป็นค่ารักษาพยาบาลตามกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธว่าค่าพาหนะตามที่โจทก์ฟ้องไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล โจทก์ไม่ต้องใช้รถพยาบาล ค่าพาหนะตามคำฟ้องจึงเป็นค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินทดเแทนที่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนจะต้องจ่ายให้โจทก์ ที่ศาลแรงงาน-กลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าพาหนะจากการว่าจ้างรถพยาบาลเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 มาตรา 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 มาตรา 48

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาชุมพร ทำหน้าที่สอบสวนผู้ขอกู้เงิน และยังเป็นนักกีฬาในตำแหน่งหัวหน้าทีมของธนาคารดังกล่าวตามคำสั่งที่ ๓๓/๒๕๓๑ ของผู้จัดการสาขา ธนาคารมีระเบียบฉบับที่ ๒๑ ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคารกำหนดไว้ เพื่อให้ลูกจ้างผ่อนคลายความตึงเครียดในงานประจำวัน อันส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภายในและภายนอกของธนาคาร โจทก์ฝึกซ้อมกีฬาบาสเกตบอล ขณะฝึกซ้อมโจทก์ถูกกระแทกล้มลง เกิดอาการเจ็บหน้าอกหายใจไม่สะดวกและทรุดหนักลงโจทก์ให้แพทย์ที่โรงพยาบาลชุมพรตรวจรักษาแต่ไม่ดีขึ้น จึงเข้ารักษาที่โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ แต่อาการไม่ดีขึ้น

โจทก์จ้างรถพยาบาลส่งตัวจากโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ไปโรงพยาบาลมิชชั่นจำนวน ๖,๙๐๐ บาทเสียค่ารักษาพยาบาล และโจทก์ต้องหยุดพักรักษาตัวตั้งแต่วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๑ ถึงวันที่ ๙ กันยายน๒๕๓๑ รวมเป็นเงินทดแทนทั้งสิ้นจำนวน ๑๗,๐๗๔ บาท จำเลยไม่จ่ายให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินทดแทนจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นพนักงานสินเชื่อ มีหน้าที่ปฏิบัติงานเพื่อต้อนรับเกษตรกรลูกค้าและให้บริการด้านการเงินแก่ลูกค้า ไม่มีหน้าที่เล่นกีฬาโจทก์มิได้ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า อาการเจ็บป่วยของโจทก์ไม่จำเป็นต้องใช้รถพยาบาล ค่าพาหนะจึงไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล จำเลยคงต้องรับผิดจ่ายเงินทดแทนสำหรับค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสองแห่งกับค่าทดแทนจำนวน ๒,๗๙๖ บาทเท่านั้น พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมแรงงานที่ มท.๑๑๑/๗๔๑๒ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๓๒ และให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน ๑๐,๑๗๔ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ได้ความว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทำหน้าที่เป็นพนักงานสินเชื่อประจำอยู่ที่สาขาจังหวัดชุมพรนายสมชัย แสงสว่าง ผู้จัดการสาขาจังหวัดชุมพร มีคำสั่งที่ ๒๒/๒๕๓๑ เอกสารหมาย จ.๒ อนุญาตให้พนักงานธนาคารฝึกซ้อมกีฬาตั้งแต่เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา โดยถือเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร ตามคำสั่งดังกล่าวโจทก์เป็นหัวหน้าทีมนักกีฬา นอกจากนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรนายจ้างของโจทก์ยังมีระเบียบฉบับที่ ๒๑ ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคารเอกสารหมาย จ.๓ กำหนดวัตถุประสงค์ในการแข่งขันกีฬาของธนาคารตามข้อ ๓ (๓) ว่า เพื่อเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของพนักงานจากการปฏิบัติงานประจำวันอันจะส่งผลให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและตามข้อ ๓ (๔) เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภายในและภายนอกของธนาคาร

ดังนั้น วัตถุประสงค์ของการแข่งขันกีฬาก็เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การบริหารงานของนายจ้างนั่นเอง ระเบียบดังกล่าวข้อ ๒๐ยังได้กำหนดว่าการแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมกีฬาของพนักงานธนาคารตามข้อ ๑๑ ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร ส่วนประเภทของกีฬาก็มีกำหนดไว้ในข้อ ๗ ว่า การแข่งขันบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่จัดอยู่ในประเภทการแข่งขันของธนาคาร ฉะนั้น การที่โจทก์ฝึกซ้อมกีฬาบาสเกตบอล จึงถือว่าเป็นการทำงานให้นายจ้าง แม้โจทก์ประสบอันตรายในขณะฝึกซ้อมเมื่อเวลา ๑๘ นาฬิกา ซึ่งอยู่นอกเวลาทำงานปกติ ก็ไม่ถือว่าโจทก์ประสบอันตรายนอกเวลาทำงานปกติของนายจ้าง เพราะตามคำสั่งที่๓๓/๒๕๓๑ กำหนดให้นักกีฬาทำการฝึกซ้อมได้ตั้งแต่เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกาเป็นต้นไป ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

การประสบอันตรายของโจทก์เนื่องจากการทำงานให้นายจ้างชอบแล้ว และ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบ การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ ข้อ ๒ กำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามอัตราเงินสมทบซึ่งกำหนดไว้ในตารางที่ ๑ ท้ายประกาศนั้นและเงินสมทบให้คำนวณจากค่าจ้างที่นายจ้างจะต้องจ่ายและอัตราเงินสมทบของประเภทกิจการของนายจ้างผู้นั้น ดังนั้นการกำหนดประเภทกิจการของนายจ้างก็เพื่อประโยชยน์ในการเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนเท่านั้น หาใช่เป็นการจำกัดว่า ลูกจ้างจะต้องประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานตามประเภทกิจการของนายจ้างจึงจะมีสิทธิรับเงินทดแทนไม่

เพราะประเภทกิจการหนึ่งอาจจะมีการทำงานหลายอย่างรวมกันอยู่ เช่น ประเภทกิจการสถาบันทางการเงิน มีกิจการประจำคืองานเกี่ยวกับการเงิน แต่ก็อาจมีงานขับรถยนต์ติดต่อกับบุคคลภายนอกหรือการกีฬารวมอยู่ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การฝึกซ้อมกีฬาบาสเกตบอลของโจทก์ถือว่าเป็นการทำงานให้นายจ้างดังได้วินิจฉัยมาแล้ว เมื่อโจทก์ประสบอันตรายโจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับเงินทดแทน

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เงินค่าพาหนะจำนวน ๖,๙๐๐ บาทไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาลเป็นการไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๒ ให้คำนิยามว่า " ค่ารักษาพยาบาล" หมายความว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจ การรักษา การพยาบาลและการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ผลของการประสบอันตรายหรือการเจ็บป่วยบรรเทาหรือหมดสิ้นไป ฯลฯ โจทก์บรรยายฟ้องได้ความว่า เมื่อโจทก์ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ที่จังหวัดชุมพร แพทย์โรงพยาบาลวิรัชศิลป์รักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมิชชั่นที่กรุงเทพมหานคร โจทก์ต้องเสียค่าพาหนะเดินทางจากโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ไปโรงพยาบาลมิชชั่น

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้พอให้เข้าใจว่า ค่าพาหนะคือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจ การรักษา การพยาบาลและการอื่นที่จำเป็นอันเป็นค่ารักษาพยาบาลตามกฎหมายแล้วจำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธว่า ค่าพาหนะตามที่โจทก์ฟ้องไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล โจทก์ไม่ต้องใช้รถพยาบาลในการเดินทางเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมิชชั่น ค่าพาหนะตามคำฟ้องจึงเป็นค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินทดแทนที่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนของจำเลยจะต้องจ่ายให้แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าพาหนะจากการว่าจ้างรถพยาบาล เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาท ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินค่าพาหนะจำนวน ๖,๙๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (รวมเงินทดแทนที่จำเลยจะต้องจ่ายให้โจทก์เป็นเงิน ๑๗,๐๗๔ บาท) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายประเสริฐ จันทรเวชศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2462/2533

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 ให้คำนิยามของคำว่า "เจ็บป่วย" ไว้เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างที่เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน เมื่อโจทก์ซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2700/2530

ลูกจ้างเป็นพนักงานขับรถยนต์ มิได้ปฏิบัติงานตามวันเวลาปกติเช่นพนักงานในตำแหน่งอื่น เพราะต้องคอยดูแล รักษารถยนต์ในความรับผิดชอบของตน ให้ อยู่ในสภาพใช้การได้ดีตลอดเวลา ดังนั้นการที่ผู้บังคับบัญชาอนุมัติใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 103149)

เมื่อหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินสงเคราะห์กับค่าชดเชยแตกต่างกันเงินสงเคราห์จึงเป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างนอกเหนือจากค่าชดเชย และการที่มีข้อบังคับกำหนดให้การจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3999/2528

กรณีที่คู่สัญญาตกลงทำสัญญาเป็นหนังสือ เจตนาของคู่สัญญาซึ่งประสงค์จะให้สัญญามีผลผูกพันกันอย่างไร ย่อมแสดงออกโดยข้อความในสัญญาโจทก์ทำสัญญาเป็นตัวแทนประกันชีวิตของจำเลยมีหน้าที่ชักชวนบุคคลเข้าทำสัญญาประก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2528

เงินบำเหน็จที่โจทก์ได้รับไปคำนวณตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยภาคผนวก 3 ข้อ 3 ก. ซึ่งข้อ 4 ก. กำหนดว่า 'เงินบำเหน็จที่กล่าวในข้อ 3 จะถือว่าได้รวม ไว้แล้วซึ่งเงินค่าชดเชยที่บริษัทพึงจ่ายตามภาคผน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้