Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5043/2566

พ.ศ. 2566 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพผู้ตายนั้น จำต้องชดใช้จากสินทรัพย์แห่งกองมรดก เนื่องด้วยเป็นการดำเนินการตามสมควรแก่ฐานะในสมาคมของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1650 ส่วนเงินฌาปนกิจศพของผู้ตายที่โจทก์ได้รับจากกองทุนหมู่บ้านนั้น ถือเป็นเงินจัดการทำศพผู้ตาย แม้จะเป็นเงินที่ได้มาตามสิทธิภายหลังที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว หาใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะที่ถึงแก่ความตายไม่เป็นสินทรัพย์แห่งกองมรดกก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาระเบียบประกอบรายการโอนเงินที่ระบุว่าเป็นเงินฌาปนกิจศพสงเคราะห์บ้าง สงเคราะห์ศพบ้าง ส่งเงินศพบ้าง แสดงว่าหมู่บ้านต่าง ๆ มีเจตนามอบเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือจัดการงานศพสมาชิกตามประเพณีเพื่อลดภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายจัดการศพอันเป็นการสงเคราะห์ศพ จึงต้องนำเงินดังกล่าวไปหักกับค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้จ่ายไปในการจัดการศพผู้ตายก่อนตามเจตนาที่กองทุนหมู่บ้านมอบให้ หากมีค่าใช้จ่ายเหลือเท่าใดจึงเป็นหนี้กองมรดก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินคืนโจทก์ 180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสมปองชำระเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 มกราคม 2564) เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยอัตราดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ทั้งนี้ ให้จำเลยรับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนายสมปองที่ตกทอดได้แก่ตน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นนี้ว่า นายสมปอง ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 โดยมิได้ตั้งผู้จัดการมรดกหรือบุคคลใดไว้ให้เป็นผู้จัดการทำศพ จำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายอันเป็นทายาทโดยธรรมเป็นบุคคลผู้ได้รับทรัพย์มรดกเป็นจำนวนมากที่สุด จึงมีอำนาจและตกอยู่ในหน้าที่ต้องจัดการทำศพผู้ตาย จำเลยเป็นนักศึกษายังไม่มีรายได้ จึงมอบหมายให้โจทก์ซึ่งเป็นน้องสาวร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตายเป็นผู้จัดการทำศพผู้ตายแทนตน โจทก์ดำเนินการจัดการศพผู้ตายโดยเสียค่าใช้จ่ายรวมเป็นเงิน 180,000 บาท โจทก์ในฐานะผู้รับประโยชน์ได้รับเงินฌาปนกิจศพสงเคราะห์ของผู้ตายจำนวน 163,518 บาท

โจทก์ทวงถามให้จำเลยชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพผู้ตาย จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพผู้ตายนั้น ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันว่า ให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์เพียงจำนวน 100,000 บาท ตามสถานภาพของจำเลย และฐานานุรูปของผู้ตาย โดยศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้นำมาหักกลบกับเงินฌาปณกิจศพสงเคราะห์ของผู้ตาย ซึ่งคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้าน คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพผู้ตายพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ ในปัญหานี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ตายมาแล้วก็ตาม

จำเลยก็หายกมาเป็นข้อปัดป้องความรับผิดของจำเลยได้ไม่ ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ตายเป็นเงินจัดการทำศพ โจทก์จึงต้องนำมาใช้จ่ายในการจัดการทำศพผู้ตาย เมื่อนำมาหักกลบกันแล้วจึงไม่มีหนี้ค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพผู้ตายที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์อีก เห็นว่า หนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพนั้นจำต้องชดใช้จากสินทรัพย์แห่งกองมรดก เนื่องด้วยเป็นการดำเนินการตามสมควรแก่ฐานะในสมาคมของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1650 ส่วนเงินฌาปณกิจศพของผู้ตายที่โจทก์ได้รับจากกองทุนหมู่บ้านนั้น โจทก์ฎีกาว่า เป็นเงินกองทุนที่หมู่บ้านจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านเสมือนเป็นเงินฝากสงเคราะห์ และเงินกองทุนดังกล่าวโจทก์เป็นผู้ชำระเงินฝากค่ากองทุนในทุกครั้งและมีชื่อโจทก์ระบุเป็นผู้รับผลประโยชน์ในกองทุน

การที่กองทุนหมู่บ้านจ่ายเงินผลประโยชน์ในกองทุนคืนให้แก่โจทก์ตามรายชื่อที่ระบุไว้ในการรับผลประโยชน์นั้นก็ชอบแล้วเสมือนกับโจทก์เป็นผู้ทำประกันชีวิตและชำระเบี้ยประกันแก่นายสมปองและนายสมปองระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับผลประโยชน์ เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 252 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ จึงต้องฟังว่า เป็นเงินจัดการทำศพผู้ตาย ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย แม้เงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาตามสิทธิภายหลังที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว หาใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะที่ถึงแก่ความตายไม่เป็นสินทรัพย์แห่งกองมรดกก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาคำเบิกความของนายถาวร

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 และประธานฌาปนกิจหมู่ 14 ที่ว่า นายสมปอง เป็นสมาชิกในฌาปนกิจมีโจทก์เป็นผู้ชำระเงินและมีสิทธิรับผลประโยชน์หากนายสมปองเสียชีวิต เมื่อนายสมปองเสียชีวิตทางฌาปณกิจจึงจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่โจทก์ตามระเบียบที่ระบุว่าเป็นเงินฌาปณกิจศพสงเคราะห์บ้าง สงเคราะห์ศพบ้าง ส่งเงินศพบ้าง น่าเชื่อว่าหมู่บ้านต่าง ๆ มีเจตนามอบเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือจัดการงานศพสมาชิกตามประเพณีเพื่อลดภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายจัดการศพอันเป็นการสงเคราะห์ศพ จึงต้องนำเงินดังกล่าวไปหักกับค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้จ่ายไปในการจัดการศพก่อนตามเจตนาที่กองทุนหมู่บ้านมอบให้ ทั้งนี้ หากมีค่าใช้จ่ายเหลือเท่าใดจึงเป็นหนี้กองมรดก

เมื่อปรากฏว่าค่าใช้จ่ายในการจัดการศพศาลล่างทั้งสองกำหนดให้ 100,000 บาท น้อยกว่าเงินที่โจทก์ได้รับเพื่อช่วยเหลือในงานศพ เท่ากับโจทก์ได้รับเงินดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ไม่มีหนี้กองมรดกที่โจทก์จะมีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยอีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระพงศ์ จิระภาค · ทรงพล สงวนพงศ์ · กมล คำเพ็ญ
ศาลล่าง
ศาลแขวงอุบลราชธานี - นางสาวพสุกานต์ พรหมสาส์น
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวีระพล บุญอารีย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.275/2566
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3094/2557

ผู้ร้องเป็นเพียงนิติบุคคลซึ่งผู้ตายถือหุ้นอยู่ ถึงแม้ว่าผู้ร้องจะเป็นผู้จัดการทำศพของผู้ตาย และได้ออกเงินค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ แต่ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดก หรือบุคคลที่ผู้ตายแต่งตั้งไว้ให้มีหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1761/2545

โจทก์และจำเลยต่างเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายคนละหนึ่งส่วนเท่า ๆ กัน ย่อมถือได้ว่าโจทก์และจำเลยทั้งสามแต่ละคนคนใดคนหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมมากที่สุดตาม ป.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5767/2537

โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินพร้อมบ้านพิพาทอันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดที่ 5677 ซึ่งผู้ตายทำพินัยกรรมยกให้แก่โจทก์ไว้ จำเลยที่ 2ให้การต่อสู้ว่า ที่ดินโฉนดที่ 5677 เป็นกรรมสิทธิ์ของ ส. สามีผู้ตาย โดยส.ให้น.ถือ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้